ถึงเวลาคนรุ่นใหม่ ! ญี่ปุ่นเริ่มได้นักการเมืองรุ่นใหม่เข้าไปในสภา สะท้อนถึงค่านิยมทางการเมืองที่เปลี่ยนไป ในประเทศที่เป็นอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว
การเลือกตั้งท้องถิ่นในญี่ปุ่นที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2566 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากชาวญี่ปุ่นเริ่มเห็นบรรดานักการเมืองรุ่นใหม่เข้าไปรับตำแหน่งทางการเมือง แทนที่ชายสูงวัยอายุ 50-70 ปี ที่มีแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยมซึ่งครอบงำการเมืองของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
หนึ่งในนักการเมือง Gen Z ที่ได้รับความสนใจคือ ทากาชิมะ เรียวสุเกะ (Ryosuke Takashima) ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปีที่แล้ว ได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีคนใหม่ของเมืองอาชิยะ จังหวัดเฮียวโงะ ด้วยวัยเพียง 26 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกเทศมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดในญี่ปุ่น
ทาคาชิมะ รณรงค์เกี่ยวกับการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว โดยสัญญาว่าจะสร้างพื้นที่สาธารณะและสวนสาธารณะให้มากขึ้น รวมถึงการปฏิรูปด้านการศึกษา การดูแลเด็ก และการดูแลสุขภาพเยาวชน
“ด้วยความที่ผมยังอายุน้อย ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่พลเมืองจะรู้สึกใกล้ชิดกับผมมากขึ้น เนื่องจากผมไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ผมสามารถถามในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ และผมต้องการสะท้อนให้เห็นในวิสัยทัศน์ของผม” ทาคาชิมะ ซึ่งจะเข้าดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ กล่าวกับผู้สื่อข่าว
นักการเมือง Gen Z อีกคนที่ได้รับความสนใจ เป็นยูทูบเบอร์ชื่อดัง และเจ้าของร้านขายการ์ดโปเกมอน วัย 26 ปี ที่ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการในการลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองว่า “ชิน ยูทูบเบอร์แห่งฮิระสึกะ” (Shin the Hiratsuka YouTuber) ซึ่งได้รับเลือกเข้าสภาบริหารเมืองฮิราสึกะ จังหวัดคานางาวะ
ชิน ระบุบนเว็บไซต์หาเสียงว่า ตอนที่เขาสร้างคอนเทนต์สำหรับช่อง YouTube ของเขา เขาได้โต้ตอบกับเจ้าของธุรกิจในท้องถิ่นและเรียนรู้เกี่ยวกับความคับข้องใจของพวกเขา ซึ่งนั่นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมือง
สภาเมืองฮิราสึกะ ต้องการนักการเมืองเลือดหนุ่ม เนื่องจากอายุเฉลี่ยของสมาชิกสภาเมืองอยู่ที่ 56 ปี เว็บไซต์ยังระบุด้วยว่า โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยหลายแห่งในฮิราสึกะเป็นตัวบ่งชี้ถึงประชากรวัยหนุ่มสาว ซึ่งชินคิดว่าเขาสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้
ในฐานะพ่อเลี้ยงเดี่ยวของลูกชายวัย 3 ขวบ ชินให้ความสำคัญกับปัญหาการดูแลลูกในระหว่างการหาเสียง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนที่มากขึ้นสำหรับผู้ปกครอง และความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน เช่นเดียวกับการสนับสนุนผู้สูงอายุ เนื่องจากประชากรญี่ปุ่นมีอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่แรงงานหดตัว
และยังมี นาซุโนะ อายากะ (Ayaka Nasuno) นักการเมือง Gen Z วัย 25 ปี จากพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party : JIP) ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในสภาบริหารเมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
นาซุโนะ ระบุบนเว็บไซต์หาเสียงว่า เธอมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบาก เธอถูกบูลลี่ตั้งแต่เด็ก เธอจึงตัดสินใจ “สร้างชุมชนของเธอเอง” เพื่อจัดระเบียบการเก็บกวาดขยะในท้องถิ่น ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอได้เริ่มทำงานกับองค์กรในท้องถิ่น
“นี่คือการเริ่มต้นอาชีพของฉันในฐานะสมาชิกสภา ดังนั้น ฉันจะทำงานอย่างหนักเพื่อประโยชน์ของบ้านเกิดของฉัน” นาซุโนะ โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวหลังการเลือกตั้ง
นักการเมืองรุ่นใหม่อีกคนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ อาร์ฟิย่า เอริ (Arfiya Eri) วัย 34 ปี จากพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party : LDP) ผู้สนับสนุนสิทธิสตรีและความเท่าเทียมทางเพศ
เอริ ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นผู้หญิงเชื้อสายอุยกูร์คนแรกที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมรัฐสภาใดๆ ในโลก ตามรายงานของสภาอุยกูร์โลก ซึ่งระบุว่าชัยชนะของเธอมีความสำคัญต่อชุมชนชาวอุยกูร์ชาวญี่ปุ่นและชาวอุยกูร์พลัดถิ่นทั่วโลก
เธอยังเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภาไม่กี่คนที่ไม่ได้มีเชื้อสายญี่ปุ่น ในประเทศที่ยังมีความเป็นเอกลักษณ์ด้านชาติพันธุ์ในระดับสูง
เอริ เกิดที่ประเทศญี่ปุ่นแต่ย้ายไปจีนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ก่อนจะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในสหรัฐฯ และทำงานให้กับองค์การสหประชาชาติ (UN)
เธอศึกษาเกี่ยวกับปัญหาของชาวอุยกูร์ในระหว่างที่เธอศึกษาในต่างประเทศ และเคยโพสต์ประณาม “การกดขี่ที่น่าเศร้าและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไม่อาจบรรยาย” ที่เกิดขึ้นกับชาวอุยกูร์ ผ่านเว็บไซต์หาเสียงด้วย
นอกจากนี้ เธอยังสนใจเรื่องการเมืองและสังคมที่ชายเป็นใหญ่ของญี่ปุ่น โดยเน้นประเด็นต่างๆ เช่น ช่องว่างของค่าจ้างระหว่างเพศ ภาระที่ไม่เท่าเทียมกันของการทำงานบ้านและการดูแลลูกของผู้หญิง และความจำเป็นที่ผู้ชายต้องมีบทบาทมากขึ้นในการเลี้ยงดูบุตร
เอริ ระบุบนเว็บไซต์หาเสียงเมื่อปีที่แล้วว่า “การเลือกผู้หญิงทำงานวัย 33 ปี (ตัวเธอเอง) เข้าสภา” จะเป็นการส่งข้อความไปทั่วโลกว่า “ญี่ปุ่นกำลังจะก้าวไปข้างหน้า”