3 ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นจับมือ ร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์ยานยนต์ หวังตั้งเป้าแข่งขันกับสหรัฐฯ และจีนในตลาด SDV
นสพ. Yomiuri รายงานว่า ผู้ผลิตยานยนต์ยักษ์ใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่น ได้แก่ Toyota Motor Corp., Honda Motor Co. และ Nissan Motor Co. ได้บรรลุข้อตกลงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรถยนต์ โดยทั้งสามบริษัทจะพิจารณากำหนดมาตรฐานคุณลักษณะของฟังก์ชันต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ในรถยนต์ เช่น การเปิดกระจก และการเคลื่อนที่ของที่ปัดน้ำฝน
ขณะที่ Suzuki Motor Corp. จะทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิปรายใหญ่ และบริษัทสื่อสาร เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบขับขี่อัตโนมัติ และแผนที่ความละเอียดสูง ภายในปีงบประมาณ 2024 โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่บริษัทญี่ปุ่นกำลังเปิดรับความร่วมมือเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตชั้นนำในสหรัฐฯ และจีนในด้านเทคโนโลยียานยนต์
ผู้บริหารระดับสูงของผู้ผลิตรถยนต์ และเจ้าหน้าที่กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ของญี่ปุ่น มีกำหนดเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนความร่วมมือดังกล่าวในวันพฤหัสบดี (17 ต.ค.) ที่งาน Japan Mobility Show ที่ Makuhari Messe ในเมืองชิบะ
ผู้ผลิตรถยนต์ทั้งสามรายจะกำหนดมาตรฐานแพลตฟอร์มพื้นฐานสำหรับอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมซอฟต์แวร์และระบบอื่นๆ ช่วยให้สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ต่างๆ จากผู้ผลิตรถยนต์ทั้งสามราย ซึ่งจะทำให้บริษัทซอฟต์แวร์อื่นๆ สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาได้ง่ายขึ้น และคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของญี่ปุ่น
กระทรวงฯ เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มที่เรียกว่า Mobility DX ร่วมกับผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ เพื่อกระตุ้นการพัฒนายานพาหนะที่ฟังก์ชั่นหลักถูกควบคุมโดยซอฟต์แวร์ (SDVs) ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถเพิ่มฟังก์ชันใหม่และเพิ่มความสามารถด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต
ความร่วมมือด้านซอฟต์แวร์เป็นหนึ่งในโครงการของแพลตฟอร์ม Mobility DX โตโยต้า ฮอนด้า และนิสสันยังตั้งเป้าที่จะร่วมมือกันในด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติในอนาคต
นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะส่งเสริมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจะเพิ่ม SDV ลงในแนวทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในด้านดิจิทัล และสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ยานยนต์ ผ่านการจัดหลักสูตร รวมถึงจะส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาด้วย
ทั้งนี้ สหรัฐและจีนเป็นผู้นำในด้าน SDV โดย Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นบริษัทแรกที่เปิดตัว SDV ซึ่งช่วยให้บริษัทมีรายได้หลังการขาย ขณะที่จีนได้ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีระดับแนวหน้าด้วยการกำหนดมาตรฐาน API ในอุตสาหกรรมยานยนต์มาตั้งแต่ปี 2021
ด้านญี่ปุ่นที่ต้องการจะไล่ตามได้ประกาศกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเดือน พ.ค. โดยตั้งเป้าที่จะครองส่วนแบ่ง 30% ในตลาด SDV ทั่วโลก