สุริยะจับมือ อิตาลี – แคนาดา หารือความร่วมมือในการยกระดับการคมนาคมขนส่ง ทั้งระบบราง และอากาศยานทางทะเล
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. คมนาคม เปิดโอกาสให้ เปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย เข้าพบ เพื่อเยี่ยมคารวะและหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างกัน ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม เมื่อวานนี้ (15 ม.ค. 2568)
โดยสาระสำคัญของการหารือในครั้งนี้นั้น เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในด้านการคมนาคมขนส่ง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบรางของไทยให้มีคุณภาพสูงและยกระดับบริการรถไฟให้มีระดับ Luxury
การหารือเกิดขึ้นหลังจากการประชุม Thai-Italian Business Forum ซึ่งนำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับหลายบริษัทจากอิตาลี เช่น Blue Engineering S.r.l และ MERMEC Group เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมในด้านระบบราง รวมถึงการพัฒนารถไฟของไทยให้มีความสามารถในการผลิตและบำรุงรักษาเอง
นอกจากนี้ ยังได้มีการผลักดันการปรับปรุงขบวนรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว โดยร่วมมือกับบริษัท Arsenale ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการเพิ่มความหรูหรา (Luxury) ให้กับภาคบริการต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
กระทรวงคมนาคมหวังว่าจะสามารถร่วมมือกับอิตาลีในโครงการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศในอนาคต
จากนั้นสุริยะ ให้การต้อนรับ ปิง คิตนีกอน เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมหารือ
โดยสาระสำคัญของการหารือในครั้งนี้ เกี่ยวกับการสนับสนุนทางวิชาการและอุตสาหกรรมการบิน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการให้บริการอากาศยานทางทะเล (Seaplane) ซึ่งสามารถขนส่งผู้โดยสารและเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว
สุริยะเน้นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและแคนาดา โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน และหวังว่าจะสามารถบรรลุผลสำเร็จในการเจรจาข้อตกลง FTA ระหว่างอาเซียนและแคนาดาภายในปี 2568
กระทรวงคมนาคมกำลังพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ไร้รอยต่อ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต
สโมสรถึงโครงการรถไฟรางคู่เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก และเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนระบบขนส่งทางถนนไปสู่การขนส่งทางรางเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งและสร้างความน่าเชื่อถือ
ซึ่งกระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งระยะที่ 1 มีความคืบหน้ากว่า 95% ระยะที่ 2 อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2571 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง และเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้ประเทศไทย
สุริยะกล่าวขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทางวิชาการระหว่างสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) กับ Southern Alberta Institute of Technology (SAIT) ในด้านการบินพลเรือนและการพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยานและการผลิตชิ้นส่วน รวมถึงเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมการบินของไทยต่อไป
เอกอัครราชทูตแคนาดาฯ กล่าวถึงการให้บริการของสายการบิน Air Canada ซึ่งบินตรงเส้นทางกรุงเทพฯ – แวนคูเวอร์ ใช้เวลาเดินทางเพียง 13 ชั่วโมง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะชาวไทยที่ได้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก
และกล่าวถึงความเชี่ยวชาญของแคนาดาในด้านการพัฒนาการให้บริการควบคุมอากาศยานทางทะเล (Seaplane) โดยใช้ Seaplane ในการขนส่งผู้โดยสารในประเทศ และยังมีบทบาทในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการให้กับประเทศอื่น ๆ ด้วย จึงยินดีให้การสนับสนุนประเทศไทยในการให้บริการ Seaplane ในประเทศ
ซึ่งในขณะนี้บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการให้บริการ Seaplane อยู่ ซึ่ง Seaplane นั้นถือเป็นรูปแบบของการขนส่งทางอากาศรูปแบบใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นการเตรียมพร้อมรองรับการให้บริการอากาศยานทางทะเลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย