อิสราเอลถอนตัว UNHRC อ้างเหตุผลว่า “ถูกเลือกปฏิบัติ” โดยกล่าวหาคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนว่าต่อต้านชาวยิว
อิสราเอลประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศถอนตัว โดย กิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลกล่าวหา UNHRC ว่าโจมตีประเทศประชาธิปไตยและปลุกปั่นลัทธิต่อต้านชาวยิว
รมว.ต่างประเทศอิสราเอล เผยแพร่แถลงการณ์ผ่าน X ระบุว่า UNHRC ว่ามีอคติต่ออิสราเอล ขณะที่ปล่อยให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศอื่นๆ
“อิสราเอลเผชิญกับมติประณามมากกว่า 100 ฉบับ ซึ่งมากกว่าร้อยละ 20 ของมติทั้งหมดที่ผ่านการลงมติ และมากกว่ามติที่ต่อต้านอิหร่าน คิวบา เกาหลีเหนือ และเวเนซุเอลารวมกัน… UNHRC โจมตีประเทศประชาธิปไตยหนึ่งเดียวในตะวันออกกลางอย่างอิสราเอล และอิสราเอลจะไม่ยอมรับการเลือกปฏิบัติเช่นนี้ต่อไปอีก!” รมว.ต่างประเทศอิสราเอลระบุในแถลงการณ์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารเพื่อถอนสหรัฐฯ ออกจาก UNHRC เมื่อวันอังคาร (4 ก.พ.) ผู้นำสหรัฐฯ ยังให้คำมั่นด้วยว่าจะประเมินความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับหน่วยงานอื่นๆ ของสหประชาชาติอีกครั้งเกี่ยวกับจุดยืนของพวกเขาที่มีต่ออิสราเอลและอคติต่ออเมริกา
“องค์กรของสหประชาชาติ 3 แห่งที่ควรถูกตรวจสอบใหม่อีกครั้ง ได้แก่ UNHRC, องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA)”
“UNRWA ถูกแทรกซึมโดยสมาชิกของกลุ่มที่รัฐมนตรีต่างประเทศกำหนดให้เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ ส่วน UNHRC นั้นปกป้องผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่ UNESCO ไม่สามารถปฏิรูปตัวเอง และแสดงความรู้สึกต่อต้านอิสราเอลอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา” ทรัมป์ ระบุในคำสั่งฝ่ายบริหาร