สาธารณรัฐเกาหลีเป็น ประชาธิปไตยที่ตั้งมั่นจริงหรือ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เผยบทเรียนจากเกาหลีใต้ที่ประเทศไทย ควรศึกษาเพื่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย
ภายหลังจากที่ ประธานาธิบดี (ปธน.) ยุน ซ็อกย็อล ของเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึกอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ในค่ำคืนของวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมาโดยอ้างว่า สส. พรรค่ายค้านนั้นฝักใฝ่เกาหลีเหนือ และบ่อนทำลายรัฐ ก่อนที่จะมีการเคลื่อนกำลังทหารเข้าควบคุมรัฐสภา
อย่างไรก็ดี กองทัพเกาหลีใต้ล้มเหลวในการสกัดกั้น สส. มิให้ลงคะแนนเสียงให้มีการยกเลิกคำประกาศกฎอัยการศึก และ ปธน. ยุน แถลงการณ์ยกเลิกคำประกาศกฎอัยการศึกในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง อธิบายถึงที่มาของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่าเกิดขึ้นจากจุดอ่อนเชิงโครงสร้างอำนาจฝ่ายบริหารที่ไม่สมดุล เนื่องจาก ปธน. ยุนต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ท่ามกลางกระแสนิยมในตัวเขาที่กำลังตกต่ำลง
ทั้งจากข้อกล่าวหาที่มีต่อตัว คิม ค็อนฮี ภรรยาของเขาว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ความอ่อนแอในการบริหารราชการแผ่นดิน และความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับสภานิติบัญญัติ ที่ก่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง
ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับสภานิติบัญญัติในระบบการเมืองของเกาหลีใต้นั้น สร้างปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งและล่าช้าในการบริหาร ซึ่งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศในระยะยาว
อย่างไรก็ดี การประกาศกฎอัยการศึก และการส่งกำลังทหารเข้าปิดล้อมสภานั้น บ่งชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของฝ่ายบริหาร บั่นทอนความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ในสายตาของนานาชาติลงไปด้วย โดยได้สร้างความกังขาในระบบการคัดกรองคนในระบอบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ลง
อีกทั้งยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนระหว่างประเทศ และทำให้การค้าการลงทุนชะลอตัว แม้ว่าอุตสาหกรรมหลักอย่าง การท่องเที่ยวและการส่งออกจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักในระยะสั้น แต่ระยะยาว เหตุการณ์นี้ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับความมั่นคงในระยะยาว
สำหรับความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อเกาหลีใต้บนเวทีการเมืองระหว่างประเทศของเกาหลีใต้นั้น ได้ถูกลดทอนลงไปด้วย โดยเฉพาะในประเด็นการสนับสนุนยูเครน และบทบาทของเกาหลีใต้ต่อประเทศในอาเซียน และอีกหลายกลุ่มในเวทีโลก และจะทำให้เกิดความชะงักงันในการเจรจาด้านความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีไปด้วย
ทั้งนี้ รัฐสภาเกาหลีใต้กำลังเตรียมการที่จะยื่นถอดถอน ปธน. ยุนในวันนี้ (7 ธ.ค.) ในขณะที่ ปธน. ยุนเองก็อาจจะถูกตั้งข้อหากบฏ ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากเอกสิทธิ์ของ ปธน. และอาจมีโทษถึงประหารชีวิต
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้น สามารถนาใช้เป็นบทเรียนในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทยได้เช่นกัน เพื่อให้เกิดการสร้างสมดุลระหว่างอำนาจฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ การปรับปรุงโครงสร้างระบบการเมืองให้มั่นคงขึ้น และการสร้างกลไกเพื่อป้องกันการใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมระบบการเมืองไทยได้ในระยะยาว