อิหร่านเดือด! ขู่โต้กลับสหรัฐอย่าง “เจ็บปวด” หากโดนโจมตีซ้ำ ลั่นเร่งกู้วิกฤตเศรษฐกิจหลังโดนคว่ำบาตร-ปิดล้อมส่งออกน้ำมัน
ระอุอีกรอบ! สหรัฐฯ-อิหร่าน ปะทะเดือด
หลังจากพักรบไปในช่วงเดือนสิงหาคม การโจมตีโต้ตอบกันไปมาได้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command) แถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 3 ลำ หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวเข้าใส่เรือรบสหรัฐฯ 2 ลำ
ภายหลังการโจมตี โมฮัมหมัด บาเกอร์ คาลิบัฟ (Mohammad Baqer Qalibaf) ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาเตือนสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐฯ ควรตระหนักได้แล้วว่ากฎของเกมได้เปลี่ยนไป “ก่อนที่จะสายเกินไป”
“นับจากนี้ การโจมตีใดๆ ต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของอิหร่าน จะได้รับการตอบโต้ที่รวดเร็วกว่า หนักหน่วงกว่า และเจ็บปวดกว่าเดิม” คาลิบัฟ ระบุผ่านช่องเทเลแกรม
ด้าน โมห์เซน เรซาอี (Mohsen Rezaei) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า อิหร่านเตรียมประกาศ “เขตหวงห้าม” ภายนอกช่องแคบฮอร์มุซและบางพื้นที่ในอ่าวเปอร์เซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยเรือใดก็ตามที่รุกล้ำเข้ามาในเขตดังกล่าวจะถูกขึ้นบัญชีดำคว่ำบาตรทันที
ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเตหะรานยังคงมีศักยภาพในการโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้าน และสามารถปิดกั้นการไหลเวียนของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของโลกก่อนเกิดความขัดแย้ง
ขณะที่ อาลี มาดานิซาเดห์ (Ali Madanizadeh) รัฐมนตรีเศรษฐกิจอิหร่าน ยืนยันว่ารัฐบาลเตรียมตอบโต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ด้วยการปฏิรูปภายใน และปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการคว่ำบาตรจะทำให้อิหร่านเปลี่ยนจุดยืน
“ความรับผิดชอบในการปฏิรูปเศรษฐกิจอิหร่านอยู่ที่รัฐบาลและประชาชน ไม่ใช่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ”
สอดคล้องกับ มอร์เตซา ซามาเนียน (Morteza Zamanian) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ที่ระบุผ่านสำนักข่าว Tasnim ว่า “กองบัญชาการสงครามเศรษฐกิจ” ของกระทรวงกำลังเร่งทำงานเป็นสองเท่าเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากสงคราม
🔴 เกาะคาร์กโดนถล่ม 550 ครั้ง – เอฟเฟกต์การเมืองสหรัฐฯ
อิหร่านถือเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มโอเปก (OPEC) โดยก่อนสงคราม กว่า 90% ของน้ำมันดิบถูกส่งออกผ่าน เกาะคาร์ก (Kharg Island) ทว่าการส่งออกต้องหยุดชะงักหลังสหรัฐฯ เริ่มมาตรการปิดล้อมตั้งแต่กลางเดือนเมษายน โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ทำการสกัดและเปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์ไปแล้ว 92 ลำ บุกค้น 2 ลำ และทำให้เรือใช้การไม่ได้ 3 ลำ
ความตึงเครียดยิ่งทวีคูณเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โพสต์วิดีโอที่สร้างด้วย AI บนโซเชียลมีเดีย เป็นภาพเกาะคาร์กถูกระเบิดจนเป็นจุณ
ทำให้อิหร่านประกาศกร้าวว่าพร้อมโต้กลับอย่างรุนแรงหากเกาะแห่งนี้ถูกโจมตีจริง โดย โมห์เซน ปักเนจาด (Mohsen Paknejad) รัฐมนตรีน้ำมันอิหร่าน เผยว่าเกาะแห่งนี้ถูกโจมตีไปแล้วราว 550 ครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ยังคงเปิดดำเนินงานได้
ในขณะเดียวกัน การที่อิหร่านปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซได้ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นหอกข้างแคร่สำหรับพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ที่กำลังเข้าสู่การเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนเพื่อชิงเก้าอี้ควบคุมสภาคองเกรส
อย่างไรก็ตาม คริส ไรต์ (Chris Wright) รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ยืนยันผ่าน CNN ว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฯ และท่อส่งน้ำมันยังคงทำได้เฉลี่ยกว่า 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือมากกว่า 2 ใน 3 ของช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง
“อิหร่านยังคงสร้างปัญหา แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังเป็นฝ่ายชนะในศึกครั้งนี้” รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวทิ้งท้าย
#TheStructure
#TheStructureNews
#ช่องแคบฮอร์มุซ #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน