จุดศูนย์ดุลแห่งความลวง เบื้องหลังปฏิบัติการ IO และสงครามไซเบอร์ของ Scambodia ที่หลอกคนทั้งภูมิภาค
“หากไม่ตัดไฟแต่ต้นลม แสงจากความจริงจะไม่มีวันสว่างพอในโลกที่ถูกล้อมด้วยหน้าจอมือถือ” ตอนนี้ไม่ใช่แค่ไทยกับเขมรที่ปะทะกันด้วยอาวุธ แต่เป็นสงครามระดับ Narrative vs Narrative ที่เดิมพันไม่ใช่แค่แผ่นดิน แต่คือ ความเชื่อของผู้คนในโลก
สงครามที่ชายแดนไทย กัมพูชา อาจเริ่มจากระเบิดและกระสุน แต่สิ่งที่ทำลายล้าง ยิ่งกว่า คือ ข่าวปลอมที่ยิงซ้ำเข้าใจกลางความคิดของผู้คน และ การแทรกแซงข้อมูลที่พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำกว่าขีปนาวุธ
จุด CG ที่ประเทศไทยต้องจัดการ คือ จุดศูนย์ดุลของเขมร ไม่ใช่แค่ปอตเปต แต่คือ “เศรษฐกิจใต้ดินที่หลอกคนทั้งอาเซียน”
ในยุทธศาสตร์ทางทหาร “CG :: Center of Gravity” หมายถึง “หัวใจหลักของศัตรู” ที่ถ้าทำลายได้ ระบบทั้งระบบจะพังทลาย
วันนี้ CG ของกัมพูชาไม่ใช่กองทัพ ไม่ใช่เขตแดน ไม่ใช่ประชาชน แต่คือ เมือง SCAM ที่มีทั้ง บ่อนออนไลน์, คอลล์เซ็นเตอร์หลอกลวง, รังแฮกเกอร์, และ เซิร์ฟเวอร์ยิงโฆษณาหลอกคนไทย ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงเส้นใหญ่ให้รัฐบาลกัมพูชา
เมืองเหล่านี้ สร้าง GDP ให้กัมพูชามหาศาล แต่ไม่ได้มาจากการค้า หรือการผลิต แต่มาจากการดูดเงินคนไทย คนเวียดนาม คนฟิลิปปินส์ คนจีน และตอนนี้กำลังขยายสู่ยุโรป รายงานจาก UN Office on Drugs and Crime (UNODC) ระบุว่า กัมพูชาคือ Silicon Valley แห่ง Scam มีขบวนการ Cyber Fraud เติบโตเร็วกว่า Startup ซะอีก
เราต้องยอมรับความจริงบางประการว่า เมือง SCAM ไม่ได้เกิดจากคนเขมรลำพัง แต่มี “เงาไทย” อยู่เบื้องหลังด้วย
จากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยนามได้ พบว่า “หุ้นส่วนเมือง SCAM” ประกอบด้วย กลุ่มทุนกัมพูชาที่มีสายสัมพันธ์กับฮุนเขมร
นักการเมืองไทยบางกลุ่มที่ถือหุ้นเงาในบ่อนข้ามชาติ
ตำรวจไทยที่ปล่อยผ่านการยิงโฆษณาหลอกลวงในโซเชียล
เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายที่มีผลประโยชน์ในเครือข่ายคอลล์เซ็นเตอร์
สิ่งนี้ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นโครงสร้าง ที่ทำให้ การโจมตี SME ไทย, การแฮ็กเพจร้านค้า, การยิง Ads หลอกลวงผ่าน Facebook ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนเขมรเท่านั้น แต่มีการสมรู้ร่วมคิด ในเงามืดที่ทางการไทยต้องเปิดโปง มิฉะนั้นพอจบเรื่องนี้ พวกนี้จะกลับมาอีก
ข้อมูลที่ประชาชนต้องรู้ และเข้าใจ คือ เมือง SCAM คือเครื่องจักรที่ทำงาน 24 ชั่วโมง
ปี 2567 มีคนไทยกว่า 4.3 แสนคน ถูกหลอกโอนเงินผ่าน “SMS-ปลอม” และ “เพจปลอม” มูลค่าความเสียหายรวมเกิน 80,000 ล้านบาท ทุกวันมีผู้เสียหายหลั่งไหลรายงานตัว ไม่ต่ำกว่า 700 รายต่อวัน (นี่เป็นตัวเลขทางการ แต่ตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านี้หลายเท่าตัว)
62% ของเซิร์ฟเวอร์ยิงโฆษณาหลอกลวง มี IP มาจาก จุดเดียวกัน ในเขตพิเศษในกัมพูชา
บริษัทสตาร์ทอัปด้าน Cyber Security แจ้งให้ทราบว่า “บัญชีปลอมที่ยิง Ads หลอกคนไทย” จำนวนมากถูกซื้อจากฟาร์มแอคเคานต์ในปอยเปต
เวลานึ้ IO + Cyberwar ไม่ได้รบกับปืน แต่รบกับ “ความเชื่อที่ถูกควบคุมจากหลังบ้าน” ระหว่างที่เพจข่าวของไทยถูกรีพอร์ตถล่ม ระหว่างที่ภาพบิดเบือนจากฝั่งตรงข้ามกระจายว่อนโซเชียล และในขณะที่ผู้คนในโลกยังไม่แน่ใจว่า “ใครเริ่มก่อน”
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ
เว็บไซต์ราชการไทยถูกยิง DDoS ต่อเนื่อง
เว็บไซต์ The Nation โดน 200 ล้านครั้งใน 24 ชั่วโมง
เพจ SME ไทยถูกแฮ็กแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “บ่อนออนไลน์” เพื่อยิงโฆษณากลับมาหลอกคนในประเทศตัวเอง
ประชาชนไทยถูกส่งข้อความปลอมหลอกให้กดลิงก์เพื่อดูดเงินในบัญชี
ทั้งหมดนี้คือ “สงครามที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเราอยู่ในนั้นแล้ว”
ทางออกเชิงยุทธศาสตร์ คือ ต้องตีที่ “หัวใจของระบบลวง” ไม่ใช่แค่ปลายเหตุ
- Strategic Counter IO ตีตรง “Trust Infrastructure” ก่อนที่ฝั่งตรงข้ามจะยึดความคิดคนทั้งโลก เราจะเห็นในสองวันที่ผ่านมาที่สื่อใหญ่ยังลงข่าวผิดว่าไทยเป็นคนยิงก่อน นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจน
ในสงคราม IO ไม่ใช่ฝ่ายที่ “พูดก่อน” จะชนะ แต่คือฝ่ายที่ “ทำให้คนเชื่อก่อน” ต่างหากที่ครองทั้งสมรภูมิ
และสิ่งที่ฝั่งตรงข้ามกำลังทำอยู่ ไม่ใช่แค่ Fake News แต่คือการเจาะโครงสร้างความไว้ใจ (Trust Infrastructure) ของทั้งรัฐ, ทหาร, สื่อไทย และสื่อระดับโลก
- จาก Task Force ข่าวจริง สร้าง “Trust Command Center”
อ้างอิง โมเดล US Strategic Communications (USSC), NATO STRATCOM, + แนวคิด Trustonomic
สหรัฐอเมริกายกระดับ “การเล่าเรื่อง” (Strategic Narrative) ให้เป็นระดับนโยบาย
ไทยต้องมี “ศูนย์บัญชาการเชิงรุกในเรื่องนี้” ที่ไม่ใช่แค่ศูนย์สื่อ เพื่อ รวบรวม IO Analyst, Media Diplomat, Military Spokesperson และ นักเล่าเรื่อง ในที่นี้คือ Tiktoker ที่สรุปข่าวทั้งหลายใน Tiktok Reels รวมถึง Platform Short Clips ต่างๆ ที่มีเครือข่ายผู้ติดตาม และสามารถเข้าถึงผู้คนได้ทันที
และไม่ใช่แค่โต้ข่าวปลอม แต่ต้องสร้างความเข้าใจใหม่ด้วย Story Architecture ที่มีพื้นฐานจากความไว้ใจ
จากแนวคิด Trustonomic คือ “Truth จะไม่ทำงานถ้า Trust ยังมีจุดรั่ว” ดังนั้น ต้องสร้าง Trust ให้แข็งก่อน เพราะข่าวจริงในโลกที่ไม่มีใครศรัทธา = แค่เสียงเบาในห้องที่ไม่มีคนฟัง
- เปิดรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับเมือง SCAM ต้องถูกเปิดเผย ไม่ใช่แค่จับมือไว้แล้วเจรจาใต้โต๊ะ
จากการเปิดโปงรายชื่อ สู่ “Operation Exposure Mapping Shadow Networks” อ้างอิง Russian Hybrid Warfare Doctrine + Open Source Counter-Network Tactics ของฝั่งตะวันตก
ไม่ใช่แค่เปิดชื่อ แต่ต้อง “เปิดโครงข่าย” ใช้เทคนิค Mapping เครือข่ายเงิน, บัญชี, บ่อน, นักลงทุน, ผู้ถือโฆษณา จับมือกับนักสืบพลเมือง + นักข่าวเชิงลึก สร้างเครือข่ายสื่อสาธารณะรุ่นใหม่ แฉให้เห็น “ภาพรวม” ที่ชัดเจนจน “ทุกคนอยากเอาตัวออกห่างจากโครงข่าย SCAM เอง”
จีนกับรัสเซียสอนเราว่า บางครั้ง “การปล่อยข้อมูลบางส่วน” มีพลังมากกว่าการฟ้องทั้งก้อน เพราะมันทำให้ทั้งเครือข่าย “ระแวงกันเอง” จุดแตกจากข้างใน ดีกว่าระเบิดจากข้างนอก
- จากปลดล็อกกองทัพ” สู่การสร้าง “Narrative Warfare Doctrine” สำหรับทหารยุคใหม่
อ้างอิง: PLA China Informationized Warfare Strategy + US Army’s Information Dominance
ปรับจากการ “ตั้งรับคำสั่ง” เป็น “ออกแบบสื่อสารยุทธศาสตร์ล่วงหน้า” ฝึกทหารให้เข้าใจ IO ยุคใหม่ เหมือนเข้าใจอาวุธ ไม่ใช่ทำแบบจัดตั้งเพื่อถล่มการเมืองกับการเมืองในประเทศเหมือนที่ผ่านมา ใช้ภาพ, สื่อ, เสียง, TikTok, AI, Data เป็นอาวุธ เพื่อปกป้องอธิปไตยเชิงความเชื่อของประชาชน
จากแนวคิด Trustonomic คือ ทหารที่ถือปืนคือผู้รักษาแผ่นดิน แต่ทหารที่ถือ Story คือผู้รักษา “ขอบฟ้าของความเชื่อ” และหากขอบฟ้าถูกเปลี่ยน แผ่นดินก็ไม่มีความหมาย
- จาก Cyber Intelligence สู่ “Trust Grid“ เครือข่ายความไว้ใจร่วมรบ
อ้างอิง Concept ของ CCP China + Civilian Surveillance OS + Trustonomic
จีนสร้างระบบ “ประชาชนแจ้งเหตุแบบเรียลไทม์” ผ่านแอปฯ
ไทยควรสร้าง Trust Grid ที่เชื่อมการส่งข้อมูลจากมือถือประชาชน บวกกับ Social Monitering จากการเตือนภัยจากภาคประชาชน มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลทหาร + ข้อมูลไซเบอร์
ดึงเครือข่ายเอกชน เช่น โทรคมนาคม, ธนาคาร, โลจิสติกส์ ให้เป็นส่วนหนึ่งของ “แนวร่วมข่าวกรองแห่งชาติ”
ศรัทธาไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลสร้างเอง แต่คือสิ่งที่ต้อง “สร้างร่วมกับประชาชน ยิ่งเปิดระบบ ยิ่งได้ Trust ยิ่งทำให้คนรู้สึกว่า “เขาเป็นเจ้าของประเทศนี้ร่วมกับรัฐ” ความเชื่อก็จะต้าน IO ได้ดีกว่ากำแพงข่าวสารใด
เราอย่ารบกับคำโกหก ด้วยความจริงอย่างเดียว แต่จงรบด้วยโครงสร้างของความเชื่อ ที่ทำให้โกหกไม่มีที่ยืน
นี่คือแนวทาง “Trust Warfare” ที่จะทำให้ประเทศไทยไม่ใช่แค่มีชัยในสนามรบ แต่มีชัยในใจคน แม้ในวันที่โลกยังสับสนว่า “ใครพูดจริง”
ถ้าผู้อ่านเป็นผู้นำกองทัพ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว หรือผู้นำระดับนโยบาย จงตระหนักว่าสงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่สงครามที่ใช้อาวุธทางกายภาพรบกันระหว่างรัฐกับรัฐอย่างเดียว แต่คือ สงครามระหว่าง “เรื่องเล่า” กับ “ความจริงในใจคน”
เราคงเคยได้ยินคำว่า ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ แล้วประเทศไทยพร้อมหรือยัง ที่จะเป็น “ผู้เขียนเรื่องเล่า” ที่ถูกต้อง แทนที่จะเป็นแค่ “ตัวละครในเรื่องของคนอื่น”
ถ้าไม่จัดการ CG คือ ที่เมือง SCAM ในวันนี้ ไฟจะลามถึงใจคนไทยในวันพรุ่งนี้
อย่ายอมให้คำลวงชนะความจริง
เพราะในสงครามยุคใหม่ เราอาจไม่แพ้เพราะอาวุธ แต่เราอาจแพ้เพราะ “ใจของผู้คนถูก IO ฝั่งตรงข้ามยึดไปเรียบร้อยแล้ว”
ผศ.ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์
ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU
และอาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ ม.ศรีปทุม
#TheStructure
#TheStructureEssay
#ชายแดนไทยกัมพูชา #แก๊งคอลเซ็นเตอร์
#TRUSTONOMIC