ยุติธรรม-พาณิชย์ประสานเสียงตั้งสอบสวนบริษัทจีน เร่งเยียวยาเหยื่อตึก สตง. ถล่ม สั่ง DSI เร่งสอบฮั้วประมูล-นอมินี จ่อขยายผล ตรวจสอบ-กวาดล้างนอมินีทั่วประเทศ
พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว. ยุติธรรม กล่าวว่าจะมีการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มตามกฎหมาย ถ้าหากมีการกล่าวโทษว่าเป็นการประมาทจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา ก็จะสามารถพิจารณาตามข้อกฎหมายได้ทันที
ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาของเหตุภัยพิบัตินั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี จะเข้ามาดูแลเพื่อให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องรอการสิ้นสุดของคดีความ นอกจากนี้ รัฐบาลอาจจะมีมติคณะรัฐมนตรี ในการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติม
ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม มีแผนช่วยเหลือเรื่องหนี้สินครัวเรือนและดูแลสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่จิตวิทยาเข้าไปช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาประเด็นสำคัญที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ได้แก่
1 การดำเนินธุรกิจโดยใช้นอมินี ซึ่งมีการตรวจพบว่าบริษัทที่เกี่ยวข้อง ขาดทุน ไม่เสียภาษี และมีการนำเงินของบริษัทไปให้กรรมการกู้ 2 พันล้านบาท และอาจมีการครอบงำโดยชาวต่างชาติในการดำเนินกิจการ
อีกทั้งยังพบว่ากลุ่มบุคคลเดียวกัน มีบริษัทในลักษณะนี้ 10 บริษัท ซึ่งก็อาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พรบ. ประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว
2 มีสินค้าที่อาจจะไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม
3 อาจจะมีการฮั้วประมูลในโครงการที่มีมูลค่าสูงเกิน 30 ล้านบาท ซึ่งพบว่าราคาต่ำกว่ากลางเพียง 1% ในขณะที่โดยทั่วไป การประมูลที่ไม่มีการแข่งขัน ควรจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง 10-15%
ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีอำนาจตรวจสอบและดำเนินการในประเด็นเหล่านี้อย่างละเอียด โดย DSI จะมีการเรียกประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุตึกถล่มกับแค่ตึกนี้ตึกเดียว ใช่มีการกระทำความผิดหรือไม่
และจะตรวจสอบเรื่องการเสียภาษีจากข้อมูลทางทะเบียน รวมถึงสอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม และตนกำชับให้ DSI เร่งดำเนินการไปแล้ว
ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ บังคับใช้กฎหมายธุรกิจของคนต่างด้าวให้เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อให้รายได้ที่เกิดจากธุรกิจกลับมาแบ่งปันให้คนไทยอย่างน้อย 51% ไม่ใช่เพียงคนต่างด้าว โดยจะตรวจสอบธุรกิจของคนต่างด้าวทั้งหมดผ่านสำนักความมั่นคงของ DSI ไปดูเรื่องนอมินีทั้งหมด
ด้านนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า บริษัท บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ผู้รับเหมาร่วมในโครงการตึก สตง. อาจจะมีการใช้คนไทยเป็นนอมินี ว่ามีการตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ลงไปตรวจสอบโดยใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยจะมีข้อสรุปใน 7 วัน
คณะกรรมการประกอบไปด้วย รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และกรมสรรพากร
และวันนี้จะมีการประชุมด่วน ในเวลา 13.30 น. โดยจะมีการประชุมกันในหลายประเด็น แต่ไม่ขอกล่าวถึงตรงนี้ เพราะมีความเกี่ยวพันกับรูปคดี แต่เบื้องต้นพบว่า บริษัทนี้เกี่ยวพันกับบริษัทอื่นๆ อีกประมาณ 13 บริษัท ซึ่งจะมีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างเข้มข้นตามกฎหมายที่มีอยู่ทุกฉบับ
ซึ่งถึงแม้ว่า ถ้าในการลงพื้นที่ไปตรวจสอบ จะพบว่าบริษัทดังกล่าวปิดเงียบ ไม่มีคนอยู่ ก็ยังมีวิธีการอื่นในการดำเนินการ โดยเฉพาะกรมสรรพากร DSI กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่สามารถลงไปสืบสวนสอบสวนได้โดยไม่จำเป็นต้องพบตัว หรือแม้ว่าเขาจะหลบเราก็สามารถสรุปได้ว่าบริษัทนี้เป็นนอมินีหรือไม่ รับงานที่ไหน และดำเนินงานไปถึงขั้นไหนบ้างแล้ว
เมื่อถามว่าจะมีการสุ่มตรวจบริษัทอื่นที่อาจจะเข้าข่ายว่ามีคนไทยเป็นนอมินีหรือไม่ นภินทร กล่าวว่าจะมีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ และในตอนนี้กำลังหารือกับกรมที่ดิน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันแบบเรียลไทม์ว่าบริษัทไหนถือครองที่ดินและโอนกรรมสิทธิ์ถือหุ้นอย่างไร
เนื่องจากกรมที่ดินทราบเพียงแค่ว่ามีบริษัทใด ถือครองที่ดินผืนใด แต่ไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอย่างไร และจะใช้อำนาจของคณะกรรมการที่นายกฯ ตั้งขึ้นมา ดำเนินการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้นอมินีเหล่านั้นสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย