ซีอีโอใหม่ Intel ลงทุนบริษัทจีนหลายร้อยแห่ง รวมถึงบางแห่งก็มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน ท่ามกลางความกังวลในหมู่นักลงทุนสหรัฐฯ
ลิป บู ตัน ซีอีโอคนใหม่ของ Intel บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ และผู้พัฒนาเทคโนโลยีชิปล้ำสมัยให้กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีจีนหลายร้อยแห่ง โดยในจำนวนนี้เป็นบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) ถึง 8 แห่ง ตามการตรวจสอบของ Reuters จากเอกสารทางธุรกิจของจีนและสหรัฐฯ ทำให้เกิดข้อกังวลในหมู่นักลงทุนบางรายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับธุรกิจในจีน
การตรวจสอบของรอยเตอร์พบว่า ตันควบคุมบริษัทและกองทุนจีนมากกว่า 40 แห่ง รวมถึงถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัทกว่า 600 แห่ง ผ่านบริษัทลงทุนที่เขาบริหารหรือเป็นเจ้าของ โดยในหลายกรณีเขามีการถือหุ้นร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลจีน
นักลงทุนหลายรายที่ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์แสดงความกังวลว่า ขอบเขตการลงทุนของตันอาจทำให้การฟื้นฟู Intel มีความซับซ้อนมากขึ้น โดย Intel เป็น 1 ใน 3 บริษัทที่ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดร่วมกับ TSMC และ Samsung Electronics และเป็นบริษัทเดียวที่มีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ขณะที่ลงทุนบางรายมองว่าประสบการณ์ของเขาในการลงทุนในสตาร์ทอัพจีนอาจเป็นจุดแข็งสำคัญในการพลิกฟื้น Intel
แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ตันได้ถอนการลงทุนจากกิจการในจีนแล้ว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ฐานข้อมูลของจีนที่รอยเตอร์ตรวจสอบยังคงระบุว่า การลงทุนของเขาหลายรายการเป็นการลงทุนในปัจจุบัน และรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบขอบเขตของการถอนการลงทุนของเขาได้
ทั้งนี้ การถือหุ้นในบริษัทจีน รวมถึงบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพจีนไม่ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายสำหรับพลเมืองสหรัฐฯ เว้นแต่บริษัทเหล่านั้นจะอยู่ในรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำหนดว่ามีความเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมทางทหารของจีน (CMIC List) โดยรอยเตอร์ไม่พบหลักฐานว่าตันมีการลงทุนโดยตรงในบริษัทที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว
โฆษกของ Intel ระบุว่า ตันได้กรอกแบบสอบถามสำหรับกรรมการและผู้บริหาร ซึ่งกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าบริษัทจัดการกับประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างเหมาะสม และได้เปิดเผยข้อมูลตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) สหรัฐฯ
ที่มา: รอยเตอร์