วิกฤตพลังงานโลก: อินโดนีเซียทิ้งโควตาน้ำมันตะวันออกกลาง ซบ ‘สหรัฐฯ’ หลังช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นพื้นที่สงคราม
หนีตายวิกฤตฮอร์มุซ! อินโดนีเซียรื้อแผนพลังงาน หันนำเข้าน้ำมันสหรัฐฯ แทนตะวันออกกลาง หลังสงครามเดือดปิดเส้นทางเดินเรือ
ท่ามกลางไฟสงครามที่ลุกลามในตะวันออกกลาง จากปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลให้เส้นทางยุทธศาสตร์อย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ” ถูกปิดตายในทางปฏิบัติ ล่าสุด อินโดนีเซีย พี่ใหญ่แห่งอาเซียนและประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงานครั้งใหญ่ ด้วยการหันไปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐอเมริกา เพื่อทดแทนอุปทานจากตะวันออกกลางที่กำลังเป็นอัมพาต
บาห์ลิล ลาฮาดาเลีย (Bahlil Lahadalia) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของอินโดนีเซีย เปิดเผยถึงแผนฉุกเฉินนี้ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความแน่นอนให้กับระบบพลังงานของประเทศ แม้ปกติอินโดนีเซียจะนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 4 และ LPG อีกกว่า 30% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมดก็ตาม
“สถานการณ์ปัจจุบันบีบให้เราต้องเปลี่ยนทิศทาง สำหรับน้ำมันดิบที่เคยนำเข้าจากตะวันออกกลาง เราจะเปลี่ยนไปนำเข้าจากสหรัฐฯ แทน เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมีพลังงานใช้อย่างแน่นอน” รมว.พลังงานอินโดนีเซีย กล่าว
สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงวิกฤต เมื่อเรือขนส่งน้ำมันของ Pertamina รัฐวิสาหกิจพลังงานของอินโดนีเซียจำนวน 2 ลำ ตกค้างอยู่กลางวงล้อมความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งใช้ช่องทางทางการทูตเพื่อนำเรือและลูกเรือออกมาอย่างปลอดภัย
ความตึงเครียดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ชาวอินโดนีเซียกำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุด (Eid holidays) ซึ่งคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันเบนซินจะพุ่งสูงขึ้นถึง 12%
อย่างไรก็ตาม ทางการอินโดนีเซียยืนยันว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันที่ได้รับการอุดหนุน (Subsidised fuel) ในขณะนี้ แต่รัฐบาลกำลังจับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เพราะหากสงครามยืดเยื้อและราคายังพุ่งสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณแผ่นดินในการแบกรับภาระอุดหนุนพลังงานในอนาคต
#TheStructure
#TheStructureNews
#อินโดนีเซีย #พลังงาน #สหรัฐอเมริกา