ยอมลดภาษีนำเข้าเพื่อรักษายอดส่งออกไปสหรัฐฯ อินเดียเล็งลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์
การผ่อนปรนครั้งใหญ่เกิดจากการประเมินของเจ้าหน้าที่ในกรุงเดลีที่ระบุว่า ภาษีตอบโต้ของทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อ 87% ของการส่งออกทั้งหมดของอินเดียไปยังสหรัฐฯ
อินเดียเตรียมลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ภายใต้ข้อตกลงการค้าที่อยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลทรัมป์ โดยอินเดียพร้อมลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ากว่า 23,000 ล้านดอลลาร์ (7.85 แสนล้านบาท) หรือกว่า 50% ของสินค้านำเข้าทั้งหมดจากสหรัฐฯ ในเฟสแรกของข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเดลีคาดหวังว่าจะช่วยป้องกันการเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดและทำให้ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต้องเร่งหาทางรับมือ
ตามการวิเคราะห์ภายในของรัฐบาลอินเดีย พบว่ามาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของอินเดียไปยังสหรัฐฯ ถึง 87% คิดเป็นมูลค่ากว่า 66,000 ล้านดอลลาร์ (2.24 ล้านล้านบาท)
อินเดียพร้อมลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันถูกเก็บในอัตรา 5%-30% ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว โดยในกลุ่มสินค้านำเข้าดังกล่าว อินเดียมีแผนลดภาษีลงอย่างมาก หรืออาจยกเว้นการจัดเก็บภาษีบางรายการ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในรัฐบาล
รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าบรรลุข้อตกลงก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ โดย เบรนแดน ลินช์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียกลาง จะนำคณะเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เข้าร่วมเจรจาการค้าในวันที่ 25 มี.ค.
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดียเตือนว่า การลดภาษีสินค้านำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ซึ่งการตัดสินใจลดภาษีดังกล่าวยังไม่เป็นที่สิ้นสุด โดยยังมีการพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การปรับลดภาษีเฉพาะภาคส่วน หรือการเจรจาลดภาษีเป็นรายผลิตภัณฑ์ แทนการลดภาษีในวงกว้าง
นอกจากนี้ อินเดียยังพิจารณาการปฏิรูปภาษีในวงกว้างเพื่อปรับลดอุปสรรคทางการค้าอย่างทั่วถึง แต่เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและอาจยังไม่ถูกนำมาพิจารณาในการเจรจากับสหรัฐฯ
ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียกำหนดเส้นแบ่งที่ชัดเจนในการเจรจาการค้า เพื่อให้ได้รับการยอมรับทางการเมืองจากพันธมิตรของนายกรัฐมนตรีโมดีและฝ่ายค้าน โดยภาษีสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ ข้าวโพด ข้าวสาลี และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วง 30%-60% จะไม่ถูกนำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม ภาษีสินค้าประเภท อัลมอนด์ พิสตาชิโอ ข้าวโอ๊ต และควินัว อาจได้รับการผ่อนปรนตามข้อตกลงที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา
นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังเตรียมผลักดันให้มีการทยอยลดภาษีนำเข้ารถยนต์ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บในอัตรากว่า 100%
(1 ดอลลาร์ = 34 บาท)
ที่มา: Asia Financial