พักใช้ใบอนุญาต หมอโฆษณาเกินจริง กฎใหม่แพทยสภา ลงโทษแม้ทำผิดครั้งแรก หวังจัดการขบวนการหลอกลวงประชาชน
แพทยสภาเตือนแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. เป็นต้นไป จะมีการเพิ่มบทลงโทษต่อแพทย์ที่กระทำความผิดจริยธรรม ผ่านการโฆษณาชวนเชื่อที่ผิดจริยธรรม โดยแม้จะเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก ก็อาจจะไม่มีการตักเตือนหรือภาคทัณฑ์ แต่จะพักใช้ใบอนุญาตเลย เนื่องจากที่ผ่านมาแพทยสภาได้รับการร้องเรียนในกรณีดังกล่าวกว่า 50%
รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า แพทยสภาได้รับการร้องเรียนเรื่องการกระทำผิดจริยธรรมของแพทย์ ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อที่ผิดจริยธรรมของแพทย์ เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีคดีเข้ามาเฉลี่ยเดือนละมากกว่า 10 เรื่อง หรือปีละ 200 กว่าเรื่อง โดย 50% เป็นเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อที่ผิดจริยธรรม
แพทยสภาจึงต้องการที่จะสร้างสมดุล โดยไม่ให้มีบทลงโทษที่เบาไปจนทำให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำ โดยการออกประกาศแพทยสภาซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 ก.พ.2568 จะมีการเพิ่มโทษใน 4 ฐานความผิด ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือเรื่องการโฆษณาเกินจริง
(ประกาศดังกล่าว คือประกาศแพทยสภา เรื่อง เกณฑ์การกำหนดโทษทางจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับความผิด ในการเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และความผิดต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพและการโฆษณา ซึ่งออกประกาศในราชกิจจาณุเบกษา ณ วันที่ 10 ต.ค. 2567)
ดังนั้น เรื่องร้องเรียนที่เข้าสู่แพทยสภาตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. เป็นต้นไปจะต้องได้รับโทษตามประกาศใหม่ โดยแม้จะเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก ก็อาจจะไม่มีการตักเตือนหรือภาคทัณฑ์ แต่จะพักใช้ใบอนุญาตเลย
เนื่องจากที่ผ่านมาให้ความเมตตาผ่านการตักเตือน และลงโทษแล้ว แต่ปรากฏว่ายังคงมีคดีซ้ำ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ และหลายกรณีเป็นแพทย์คนเดิม จึงเห็นว่ากระบวนการลงโทษน่าจะมีปัญหาก็เลยต้องปรับปรุง เพราะแพทยสภามีหน้าที่ในการกำกับดูแล และปกป้องประชาชนให้มั่นใจว่าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลแพทย์ด้วย
นอกจากนี้ เมื่อเดือน พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา มีแพทย์ที่ถูกศาลพิพากษาจากการโฆษณาเกินจริง โดยศาลเห็นว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายหลอกลวงและฉ้อโกง มีความผิดตามประมวงกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกง โทษจำคุก 3 ปี อีกทั้งยังมีความผิดตาม พรบ. คอมฯ จากการลงโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย มีโทษจำคุกอีก 3 ปี
ซึ่งหมายความว่าศาลได้สร้างบรรทัดฐานใหม่แล้วว่าการที่แพทย์ให้ข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ถือเป็นการฉ้อโกงและนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งถ้าหากว่าศาลยังคงใช้มาตรฐานใหม่นี้ หมายความว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเจ้าของ หรือเอเจนซี่ จะถูกถือว่าเป็นผู้ร่วมกันกระทำความผิดด้วย
ซึ่งถ้าหากแพทยสภาไม่เข้ามาความคุมการกระทำเช่นนี้ของแพทย์ แล้วปล่อยให้คดีลักษณะนี้ขึ้นสู่ศาลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้แพทย์ทั้งประเทศนั้นเสียหายไปด้วย
“แม้ว่าแพทยสภาจะใช้โทษแบบเดิมตักเตือนหรือภาคทัณฑ์ แต่ถ้าเป็นคดีไปถึงศาล แล้วศาลมีคำพิพากษาจำคุกนั้น แพทยสภาก็ต้องนำมาพิจารณา หากต้องโทษจำคุกถึงที่สุดของศาล ก็อาจจะโดนเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ถึงแม้เป็นความผิดครั้งแรก
ซึ่งการที่แพทยสภาเพิ่มโทษเป็นพักใช้ใบอนุญาตระยะสั้น ระยะกลาง ความรุนแรงของโทษ ยังเทียบไม่ได้กับการถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยคำพิพากษาจำคุกของศาล” รศ.(พิเศษ) เมธีกล่าว