Newsการเมือง“ถ้าเกิดเราทำเรื่องน้ำ ให้ชาวบ้านมีเงินมีทอง ปลูกผักทำการเกษตรได้ เราดูแลเรื่องเด็กให้เด็กเขาเข้มแข็ง เราก็จะมีชนบทอีกแบบหนึ่ง ฐานรากอีกแบบหนึ่ง 10ปี 15 ปีให้หลัง ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่มีฐานรากที่เข้มแข็ง”

“ถ้าเกิดเราทำเรื่องน้ำ ให้ชาวบ้านมีเงินมีทอง ปลูกผักทำการเกษตรได้ เราดูแลเรื่องเด็กให้เด็กเขาเข้มแข็ง เราก็จะมีชนบทอีกแบบหนึ่ง ฐานรากอีกแบบหนึ่ง 10ปี 15 ปีให้หลัง ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่มีฐานรากที่เข้มแข็ง”

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในงาน “Thailand Next: เปลี่ยนใหญ่ประเทศไทย”  เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2567 กล่าวว่าคนไทยและประเทศไทยนั้นมีความสามารถ เพียงแต่ว่าเมื่อรวมกันแล้วเราสู้เขาไม่ได้ และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็พราะว่า โครงสร้าง

ประเทศไทยอยู่ในระบบที่ไม่เอื้อให้เกิดการแข่งขันได้อย่างเต็มที่ และในวันนี้เราไม่สามารถที่จะค่อย ๆ พัฒนาให้ประเทศไทย “ดีขึ้นอีกนิดหนึ่ง” ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะว่าในเวลานี้คนอื่นเขากำลังก้าวกระโดด ดังนั้นการปรับโครงสร้างนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

ตนเองจึงอยากจะชวนให้ทุกคนมาคิดว่าเราจะช่วยกันปรับโครงสร้างประเทศไทยได้อย่างไร และอะไรบ้าง และเชื่อว่าเราสามารถทำได้ และที่สำคัญที่สุดคือเราอาจจะไม่จำเป็นจะต้องรอรัฐบาลด้วยซ้ำไป โดยหัวใจคือพวกเราต่างก็มีหน้าตักของตัวเองที่จะช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย

 

แต่ทั้งนี้ประเทศของเรานั้นมีแผนพัฒนาที่ใหญ่เกินไป เยอะเกินไป มีหลายด้านหลายประเด็นมากเกินไป ถ้าเราอยากเปลี่ยนประเทศไทย เราเปลี่ยนเพียงไม่กี่ประเด็นก็ได้ แต่เราต้องเปลี่ยนประเด็นที่ใช่ แล้วกล้าเปลี่ยน แต่ถ้าหากว่าเรามีหลายประเด็นมากเกินไปแล้วเราจะวน

ดร. กอบศักดิ์ได้เสนอประเด็นการปรับเปลี่ยนประเทศไทยไว้ 4 ประเด็น ซึ่งประกอบได้ด้วย

1 การปรับเปลี่ยนด้านการเกษตร
2 การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในเด็กเล็ก
3 ผลัดใบทางเศรษฐกิจ
4 การผลักดันระบบรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)

สำหรับประเด็นที่ 1 และ 2 นั้น ดร.กอบศักดิ์เรียกรวมกันว่า การปรับเปลี่ยนฐานราก ซึ่งในวันนี้นั้น ฐานรากของประเทศไทยไม่สามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อีกต่อไปแล้ว และกำลังอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ

“สมัยก่อนเราได้ยิน ชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ ภาคเกษตรคือภาคที่ขับเคลื่อนประเทศไทย แต่ปัจจุบันภาคเกษตรคือภาระ ต้องกล้าพูดผมคิดว่าภาคเกษตรคือภาระเพราะทุกปีเราต้องพยายามส่งเงินไปช่วยเขาในการให้เขาเลี้ยงดูตัวเองให้ได้ แค่เลี้ยงตัวเองให้ได้นะครับ ไม่รู้กี่รอบ ไม่รู้กี่ อย่างมันสำปะหลัง, ข้าว, อ้อย, ยางและอื่นๆ ตอนนี้ภาคเกษตรคือความอ่อนแอของประเทศไทย” ดร. กอบศักดิ์กล่าว

 

ดร. กอบศักดิ์กล่าวว่าเหตุใดประเทศไทยจึงไม่ลงทุนกับระบบน้ำ เพื่อเปลี่ยนให้ทุกประเทศของประเทศไทยกลายเป็นแผ่นดินทองอย่างแท้จริง ทำไมเราจะจ่าย 4 แสนล้านไม่ได้ ในเมื่อเราทำโครงการอื่นมูลค่าหลายแสนล้านได้เช่นกัน


สำหรับเรื่องที่ 2 การศึกษาในเด็กเล็ก นั้น ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ สาเหตุที่ฐานรากของเราอ่อนแอ เพราะเราไม่ได้ดูแลเด็ก ๆ ของเราอย่างแท้จริง ในต่างจังหวัด มีการศึกษาว่าเด็กไทยเมื่อเกิดมาแล้วไม่มีความแตกต่างจากในต่างประเทศ แต่เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นมามีอายุ 6 ปี เด็กไทยมี IQ เพียง 80-90 เท่านั้นในขณะที่ต่างประเทศมี IQ 100-110

ซึ่งเรื่องนี้มีสาเหตุจากการที่เราไม่ได้ดูแลพวกเขาให้ดี โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ในชนบท เราไม่เคยทุ่มเทให้กับศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนเลย แล้วเราก็มาตำหนิว่าเรามีแรงงานและคุณภาพของคนไม่มากพอ ซึ่งก็เป็นเพราะเรานี่ล่ะที่ทำพวกเขาอ่อนแอ

 

“ถ้าเกิดเราทำเรื่องน้ำ ให้ชาวบ้านมีเงินมีทอง ปลูกผักทำการเกษตรได้ เราดูแลเรื่องเด็กให้เด็กเขาเข้มแข็ง เราก็จะมีชนบทอีกแบบหนึ่ง ฐานรากอีกแบบหนึ่ง 10ปี 15 ปีให้หลัง ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่มีฐานรากที่เข้มแข็ง” ดร.กอบศักดิ์กล่าว




เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า