Newsนโยบายสาธารณะและการพัฒนาท่าทีของสหรัฐคือโอกาส ในการแก้ปัญหา ‘48 อุยกูร์’ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เสนอแนวทางในการแก้ปัญหาชาวอุยกูร์ที่ถูกกักตัว ข้อหาลักลอบเข้าเมือง ตามหลักสิทธิมนุษยชน

ท่าทีของสหรัฐคือโอกาส ในการแก้ปัญหา ‘48 อุยกูร์’ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เสนอแนวทางในการแก้ปัญหาชาวอุยกูร์ที่ถูกกักตัว ข้อหาลักลอบเข้าเมือง ตามหลักสิทธิมนุษยชน

 

เนื่องจากแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปประเทศจีน เพื่อร่วมหารือกับคณะผู้บริหารระดับสูงของจีน ซึ่งอาจจะได้เข้าพบสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในช่วงต้นเดือน ก.พ. นี้ด้วยนั้น 

 

ทำให้มีกระแสการเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลไทย ส่งตัวชาวอุยกูร์ 48 คนที่ถูกทางการไทยจับกุมตัวไว้ตั้งแต่ปี 2557 กลับประเทศจีน

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงกล่าวว่า ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกฯ ซึ่งมาจากสภาความมั่นคง (สมช.) เสนอให้มีการชะลอการส่งตัวกลุ่มคนเหล่านี้ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเอาไว้ก่อน ไปจนกว่าที่ทางการจีนจะสามารถยืนยันได้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้นั้นกระทำความผิดจริง

 

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาทางการไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์ไปยังประเทศที่ 3 แล้ว โดยในปี 2557 นั้นมีชาวอุยกูร์ที่ถูกจับในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 357 คน และมีการส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 เช่นมาเลเซีย ตุรกี และจีน 

 

แต่การส่งตัวในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้เกิดปัญหาขึ้นมาก โดยเฉพาะปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนจากการแยกครอบครัว ซึ่งทำให้มีการออกคำสั่งไม่ให้ทำเช่นนั้นอีก ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้นั้นยังอยู่ที่ สมช. แต่ทั้งนี้ในเวลานี้สถานการณ์นั้นได้เปลี่ยนไปมาก ทำให้ต้องมีการหาทางออกอื่น ๆ อีก

 

ทั้งนี้ มีชาวอุยกูร์ในจำนวนนี้ 4-5 คน พยายามหลบหนีออกจากที่กักกัน ทำให้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และมี 2 คนที่ถูกดำเนินคดี จากการวางระเบิดศาลพระพรหม ที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2558 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมีคนไทย 6 คน และมีผู้บาดเจ็บเกือบ 150 คน ซึ่ง 2 คนนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี

 

ดังนั้น ผู้ที่ไม่ได้ถูกดำเนินคดี หรือไม่มีคดีติดตัวจริง ๆ นั้น น่าจะมีการส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคนไทย ในขณะที่ผู้ที่มีคดีที่ทางการจีนสามารถยืนยันได้ ก็อาจจะต้องส่งตัวกลับไปยังประเทศต้นทางตามกฎหมายสากล 

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางการจีนสามารถส่งหลักฐานยืนยันความผิดของคนเหล่านี้ได้เป็นบางส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งนี่ทำให้ฝ่ายความมั่นคงของไทย เกิดความไม่มั่นใจ อีกทั้งการส่งตัวกลับนั้น จะต้องมีการสร้างข้อตกลงระหว่างกัน 

 

ซึ่งทางการจีนไม่ตอบรับเงื่อนไขนี้ ซึ่งถ้าหากทางการจีนตอบรับ ไทยก็สามารถส่งตัวกลับไปได้ แต่ทั้งนี้ ไทยเคยส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คนไปจีน โดยมีการส่งตัวอดีตเลขาธิการ สมช. ไปดู ซึ่งเข้าใจว่าทางฝ่ายไทยไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก เนื่องจากทางการจีนไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้อย่างชัดเจนทั้งหมด ทำให้ไทยมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความแน่ใจว่าคนเหล่านี้จะได้รับความปลอดภัย หากมีการส่งตัวกลับ

 

สำหรับกรณีที่ มาร์โก รูบิโอ ว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในระหว่างการพิจารณายืนยันตำแหน่ง (Confirmation Hearing) ในสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา โดยระบุถึงปัญหาชาวอุยกูร์ทั้ง 48 คนนี้ โดยรูบิโอกล่าวว่าเข้าจะพยายามเจรจาไม่ให้รัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์เหล่านี้ไปยังจีนนั้น 

 

รศ.ดร. ปณิธานกล่าวว่า เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของสหรัฐ ว่าสหรัฐไม่ได้ละทิ้งประเด็นเหล่านี้ อีกทั้งรูบิโอยังได้เปิดช่องทางในการทำงานร่วมกับไทยอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งไทยสามารถใช้โอกาสนี้ในการขอให้สหรัฐ รับคนบางกลุ่มไป ซึ่งสหรัฐเคยทำเช่นนี้มาก่อนแล้ว

 

อีกทั้งคนเหล่านี้นั้นมีช่องทางในการติดต่อกับนักการเมืองสหรัฐ และ NGO ของไทย เราจึงสามารถใช้ช่องทางนี้ในการกดดันให้สหรัฐรับคนเหล่านี้ไปจำนวนหนึ่ง ถึงแม้ว่าสหรัฐจะประกาศลดโควตาผู้ลี้ภัยทางการเมืองก็ตาม แต่เราก็ยังมั่นใจว่าสหรัฐนั้นจะมีโควตาพิเศษให้ หรือไม่สหรัฐอาจจะช่วยเจรจาหาประเทศที่ 3 อย่างซาอุดีอาระเบีย หรือมาเลเซียได้

 

ส่วนการดำเนินการเช่นนี้ จะทำให้จีนไม่พอใจหรือไม่นั้น รศ.ดร. ปณิธานกล่าวว่า หากพิจารณาจากหลักฐานการเจรจาระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลแล้ว รัฐบาลจีนไม่เคยร้องขอให้มีการส่งตัวชาวอุยกูร์เหล่านี้กลับอย่างเป็นทางการ

 

ในขณะที่ฝ่ายปฏิบัติงานนั้นมีการสื่อสารกันอย่างไม่เป็นทางการ ทำให้เกิดแรงกดดันไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน โดยในการพิจารณาคดีชาวอุยกูร์นั้น มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตจีนไปร่วมรับฟังการพิจารณาคดีอยู่ตลอด

 

ดังนั้น ในเมื่อไม่มีการร้องขอกันอย่างเป็นทางการ ไทยก็ต้องถือว่าไม่สามารถส่งกลับได้ โดยเฉพาะในเมื่อทางการจีนไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าคนเหล่านี้กระทำความผิดในจีน ซึ่งคนกลุ่มนี้นั้นสามารถแยกออกไปได้

 

แต่ทั้งนี้ก็มีบางกลุ่มที่ยังมีคดีในชั้นศาล ส่วนนี้จะต้องมีการชะลอการส่งกลับออกไปก่อน จนกว่าที่ศาลจะพิจารณาคดีเสร็จสิ้น อีกทั้งยังมีบางส่วนที่จีนเริ่มทยอยส่งหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามา จึงสามารถแยกออกมาได้อีกกลุ่ม

 

ทั้งหมดนี้คือโอกาส และช่องทางในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ผ่านการส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งคนเหล่านี้นั้นเองก็มีความต้องการที่จะเดินทางไปยังประเทศที่ 3 อยู่แล้ว ซึ่งการทำเช่นนี้นั้นจะเป็นการลดภาระของคนไทย และรัฐบาลไทย

 

รัฐบาลไทยจึงควรจะมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้นั้น เป็นโอกาสของประเทศไทย ไม่ใช่ความเสี่ยง และต้องทำงานให้หนักขึ้น 






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า