Newsนโยบายสาธารณะและการพัฒนาทรัมป์เขย่าโลก ด้วยมาตรการภาษี ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เผย 3 ประเด็นในการเอาตัวรอดของไทย

ทรัมป์เขย่าโลก ด้วยมาตรการภาษี ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เผย 3 ประเด็นในการเอาตัวรอดของไทย

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงกล่าวถึงแนวนโยบายการจัดเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ ซึ่งอาจจะรวมไปถึงประเทศไทยด้วย ในอัตราที่เท่ากับอัตราภาษีส่งออกของสหรัฐ ภายในสัปดาห์นี้ ว่าหลายฝ่ายเป็นกังวลว่าแนวทางดังกล่าวจะสร้างผลกระทบดังนี้

ระยะสั้น: นโยบายนี้นอกจากจะไม่ช่วยให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาถูกลงแล้ว ยังอาจจะทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผู้ขายอาจผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้บริโภค อีกทั้งยังไม่ช่วยให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐลดลง แต่ทั้งนี้ต้องติดตามว่าราคาสินค้าในสหรัฐจะเพิ่มขึ้นมากเท่าใด

 

ระยะกลาง: อาจจะมีการชะลอการปรับขึ้นภาษีในบางรายการออกไปก่อน โดยมีการผู้โยงไปกับนโยบายด้านสังคมและความมั่นคง หรือใช้มาตรการดังกล่าวเป็นเครื่องมือกดดันประเทศคู่กรณี

ระยะยาว: หากมีการตอบโต้ทางการค้าระหว่างกัน ก็อาจจะทำให้บางประเทศหันกลับมาพึ่งพาตนเอง จนอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกได้ ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงปี 1930 ที่หลายประเทศใช้มาตรการกีดกันทางการค้าตอบโต้กันไปมา จนนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

 

มาตรการกีดกันทางการค้าของทรัมป์ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก โดยหลายประเทศจะเริ่มลดการพึ่งพาสหรัฐ และเงินดอลลาร์สหรัฐ และหันไปพึ่งพาเงินสกุลอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสหรัฐ ยังคงใช้นโยบายแข็งกร้าวต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลก

 

สำหรับจีนที่ถึงแม้ว่าจะประกาศขึ้นภาษีต่อสหรัฐ แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงนัก เนื่องจากจีนยังคงต้องพึ่งพาสหรัฐ ในหลายด้าน อีกทั้งในบางด้านจีนยังมีความจำเป็นที่ต้องพึ่งพาสหรัฐ มากกว่าที่สหรัฐต้องการพึ่งพาจีน อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐ ยังคงดำเนินนโยบายแข็งกร้าวต่อไป จีนก็อาจตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรงขึ้น

 

อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ในการสร้างระบบการเงินของกลุ่มประเทศ BRICS เพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะจีนที่ ถ้าเห็นว่าท่าทางไม่ดีก็คงเดินหน้าสร้างระบบที่เป็นอิสระจากสหรัฐ และอาจเกิดขึ้นเร็วด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่าถ้าหากว่ามีอีกหลายประเทศทำตามจีน ก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกในอนาคตได้

 

ไทยควรรับมือกับมาตรการของทรัมป์อย่างไร

 

ทั้งนี้มีอยู่ 3ประเด็นสำคัญที่ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนดังนี้

 

1 มาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ: รัฐบาลควรเตรียมมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสหรัฐ ประกาศรายชื่อประเทศที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจมีชื่อประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

มาตรการดังกล่าวควรเน้นการลดผลกระทบและหาทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ เช่น การลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงธุรกิจ และการสนับสนุนทางการเงิน

 

อีกทั้งรัฐบาลต้องมีความชัดเจนในการออกมาตรการลดผลกระทบ และมีการใช้งบประมาณส่วนหนึ่งในการรองรับสถานการณ์ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ลดค่าใช้จ่าย และลดต้นทุนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ 

 

2 เปิดการเจรจาเชิงรุก: รัฐบาลควรใช้ความเชี่ยวชาญของประเทศไทยในด้านต่าง ๆ เช่น ความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐ

เนื่องจากสหรัฐ ยังคงต้องการความร่วมมือจากไทยในหลาย ๆ ด้าน เช่น ความปลอดภัยในลุ่มแม่น้ำโขง การซ้อมรบ และการซ่อมบำรุงกองเรือบรรทุกเครื่องบิน การใช้ความได้เปรียบเหล่านี้ในการเจรจาต่อรองอาจนำมาซึ่งผลประโยชน์และนโยบายเชิงรุกที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

3 แสวงหาทางเลือกใหม่ ๆ: ประเทศไทยควรพิจารณาหาทางเลือกใหม่ ๆ ในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นแม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว ซึ่งอาจรวมถึงการสร้างระบบการต่อรองที่แข็งแกร่งขึ้น 

 

เช่น การตอบโต้การขู่เข็ญจากสหรัฐ และการเรียกร้องผลตอบแทนที่ชัดเจนหากสหรัฐ โดยหากสหรัฐต้องการให้ไทยไม่เข้าร่วมกลุ่ม BRICS สหรัฐก็ต้องเสนอสิ่งตอบแทนมาให้ประเทศไทยด้วย ซึ่งการดำเนินการเชิงรุกเช่นนี้อาจช่วยให้ประเทศไทยไม่เสียโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์และทางเลือกใหม่ ๆ ในเวทีโลก

ทั้งนี้ ก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ในประเด็นทั้ง 3 ข้อข้างต้น ประเทศไทยควรใช้ความเชี่ยวชาญที่มีในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐ ควบคู่ไปกับการติดตามท่าทีที่ชัดเจนของสหรัฐ และประเมินสถานการณ์โดยรวมอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ของสหรัฐ และเวทีโลกในปัจจุบันอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม 



เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า