Newsนโยบายสาธารณะและการพัฒนาสงครามการค้า ไทยจะรับมืออย่างไร? ‘สภาอุตฯ’ เสนอ 10 มาตรการระยะสั้น – ยาว ในการรับมือกับนโยบายทรัมป์ 2.0

สงครามการค้า ไทยจะรับมืออย่างไร? ‘สภาอุตฯ’ เสนอ 10 มาตรการระยะสั้น – ยาว ในการรับมือกับนโยบายทรัมป์ 2.0

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรเสวนางานสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทยในหัวข้อ “Trade War 2025: จะรับมือกับ Trump อย่างไร?” เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2568 

 

ร่วมกับนายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาและอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา และ ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารเงินสำรองธนาคารแห่งประเทศไทย 

 

โดยมี ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรชัย ชั้น 7 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

 

ในการเสวนาครั้งนี้ นายเกรียงไกร ได้กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่มุ่งแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้ากับต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนที่มีนโยบาย Made in China 2025 และเป็นโรงงานของโลกด้วยการเติบโตและขนาดตลาดที่ใหญ่ 

 

ในยุคทรัมป์ 1.0 สหรัฐฯ ใช้สงครามการค้าเพื่อชะลอการเติบโตของจีน ขณะที่ไทยมีการค้ากับทั้งสหรัฐฯ และจีน โดยได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ แต่เสียเปรียบดุลการค้ากับจีน 

 

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันได้ย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไปยังสหรัฐฯ ผ่านมาตรการ Friend-shoring, Reshoring และ Near-shoring และในปี 2562 ไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ เป็นอันดับ 14 และในปี 2567 เป็นอันดับ 11 ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกใช้สงครามการค้า 

 

ถัดมาในยุคทรัมป์ 2.0 สหรัฐฯ เน้นนโยบาย Reshoring เป็นหลัก มีการเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย นอกจากนี้ การที่จีนถูกขึ้นภาษีการค้าทำให้จีนปรับเปลี่ยนรูปแบบการค้า โดยลดสัดส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และส่งออกสินค้ามายังอาเซียนมากขึ้น


ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมและปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม โดยในระยะสั้น ควรดำเนินการดังนี้

1) บูรณาการการค้า

2) จัดตั้ง War room เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน

3) เข้มงวดการใช้กฎหมายกับสินค้านำเข้าราคาถูกแต่ไม่ได้มาตรฐาน และ

4) สร้างมาตรฐาน Made in Thailand เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในตลาด

ส่วนในระยะยาว ควรดำเนินการดังนี้

1) ส่งเสริมการผลิตแบบ ODM (Original Design Manufacturer) เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า

2) ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและตลาดโลก

3) ปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

4) ปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการลงทุนและการแข่งขัน

5) ส่งเสริมความแข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน และ

6) พยายามหาตลาดใหม่ในการส่งออกเพื่อกระจายความเสี่ยง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า