ArticlesบทความนักเขียนHere We Go (71) Agoda ชี้ไทยรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ดี นักท่องเที่ยวจึงวางใจ มองสถานการณ์การเมืองไทย ที่ดูแล้วยังต้องก้าวกันอีกไกล ส่องผลกระทบจากกลุ่ม Wagner ต่อเกมการเมืองโลก

Here We Go (71) Agoda ชี้ไทยรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ดี นักท่องเที่ยวจึงวางใจ มองสถานการณ์การเมืองไทย ที่ดูแล้วยังต้องก้าวกันอีกไกล ส่องผลกระทบจากกลุ่ม Wagner ต่อเกมการเมืองโลก

Here We Go (71)

 

สัปดาห์นี้อยากจะเริ่มเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่อโกด้า แพลทฟอร์มด้านการเดินทางท่องเที่ยวอันดับต้นของโลกระบุว่า กรุงเทพ เป็นเมืองที่ถูกนักท่องเที่ยวจองมาพักมากที่สุดในโลก และประเทศไทยเป็นสถานที่ได้รับการจองมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากญี่ปุ่นในช่วง 5 เดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2566 

 

ปัจจัยสำคัญเกิดจากที่ไทยเปิดประเทศได้รวดเร็วและมีสายการบินที่รองรับนักท่องเที่ยวเพียงพอ นับจากต้นปี 2566 เป็นต้นมาจนขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยแล้วประมาณ 11.4 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากกว่านี้ได้อีกเพราะมีโครงสร้างด้านเทคโนโลยีที่ดีรวมทั้งขีดความสามารถในการพัฒนาเมืองรองเพื่อการท่องเที่ยว

 

สิ่งที่อโกดาให้เหตุผลข้อได้เปรียบคือเรื่องการเปิดประเทศอย่างรวดเร็วของไทยสะท้อนให้เห็นถึงความมีประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขของรัฐบาลคุณประยุทธ์ที่สามารถดูแลการแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 ให้อยู่ในวงจำกัดและลดความรุนแรงได้ 

 

ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเกิดความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวจากยุโรปจำนวนมากออกจากบ้านและเลือกที่จะมาใช้ชีวิตอยู่ในไทยช่วงที่โควิดระบาดไปทั่วโลก ความสงบและความปลอดภัยก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาไทยเช่นกัน 

 

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองจากนี้เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่จะทำให้ไทยยังดำรงปัจจัยบวกสำหรับการท่องเที่ยวได้อยู่ต่อหรือไม่ต้องตามดูกันไป ผลสะท้อนที่ได้จากการสำรวจประชามติบ่งบอกแล้วว่า ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ แต่ขอให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่กระทบต่อการทำมาหากิน ไม่อยากเห็นการชุมนุม ไม่อยากเห็นเหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมืองอีกเพราะไม่มีใครได้ประโยชน์ 

 

นักการเมืองบางกลุ่มอาจได้อำนาจ แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ใดๆ

 

———-

 

อีกข่าวหนึ่งที่มีการส่งต่อแบบแพร่กระจายออกไปมากคือ ประเด็นที่มีการนำเสนอว่า สถาบันนวนาลันทา แห่งอินเดีย มีมติถวายตำแหน่ง“ตรีปิฎกอาจารย์”แด่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต) แห่งวัดญาณเวศกวัน นครปฐม ถือเป็นผู้รู้แตกฉานในพระไตรปิฎก นับเป็นองค์ที่สองของโลก 

 

องค์แรกที่ได้รับคือ พระถังซำจั๋ง ของจีน ข่าวนี้ออกจะนับเป็นที่ยินดีของคนไทยยิ่งนัก จึงมีการส่งต่ออย่างรวดเร็วในสื่อโซเชียล ทำให้กรมศาสนาต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวใหม่เพราะพระองค์ทรงได้รับตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2538 แล้ว แม้จะยังไม่รู้ที่มาที่ไป แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าการส่งต่อหรือการกระจาย

 

ข่าวของสื่อโซเชียลเป็นไปอย่างรวดเร็ว คนแพร่กระจายคงยังไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าข้อมูลนี้จริงหรือเท็จอย่างไร แต่บังเอิญว่าข่าวนี้ถือเป็นข่าวเชิงบวกจึงไม่ได้เกิดความเสียหายใดๆ 

 

แต่หากเกิดการแพร่กระจายลักษณะเดียวกันนี้กับข้อมูลหรือข่าวที่ไม่เป็นความจริง คนที่ได้รับความเสียหายจะทำอย่างไร คงต้องใช้สิทธิทางศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันไป แต่หากเกิดขึ้นอย่างตั้งใจจากคนบางกลุ่มทำกับประมุขของชาติแล้ว ความเสียหายอาจเกิดในวงกว้างมากกว่านี้ 

 

จะให้ใครมาเป็นโจทก์ฟ้องร้อง หรือจะให้องค์ประมุขต้องลงมาฟ้องร้องเป็นคดีความกับประชาชนเองอย่างที่บางพรรคการเมืองต้องการให้เป็น มันเหมาะสมหรือไม่ ถือเป็นอุทาหรณ์เทียบเคียงกัน

 

———-

 

แต่ถึงอย่างไรข่าวของท่าน ป.อ.ปยุตโต ก็มาได้ถูกจังหวะ อย่างน้อยในช่วงที่การเมืองไทยกำลังโต้กันไปมา หรือกำลังแย่งชิงอำนาจในทางการเมืองกันอย่างดุเดือด อยากจะยกบางส่วนของคำสอนทางธรรมะของท่านที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมาเผยแพร่ต่อ 

 

ท่านได้พูดถึงระบอบประชาธิปไตยไว้ตอนหนึ่งว่า คนไทยชอบตีความหมายว่า ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน แต่ไม่ชอบพูดถึงความรับผิดชอบ ท่านเปรียบเทียบว่าในสมัยก่อนคุณภาพของการปกครองวัดจากคุณภาพของผู้ปกครอง 

 

แต่ในสมัยนี้ประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ปกครอง ดังนั้นคุณภาพของประชาธิปไตยของประเทศไหนก็จะขึ้นกับคุณภาพของประชาชนประเทศนั้น 

 

ท่านจึงเน้นเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ ท่านเล็งเห็นว่าถ้าประชาชนมีความรู้ จะทำให้เกิดสติปัญญา เป็นคนดี มีคุณธรรม รู้เท่าทันการหลอกลวงของนักการเมือง ยิ่งจะทำให้เกิดการตัดสินใจที่ถูกต้อง ท่านจึงแนะนำว่าไทยควรเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีแนววิถีพุทธจะเหมาะสมกับสังคมไทยที่เป็นสังคมพุทธ

 

ในยามที่ทุกฝ่ายทั้งนักการเมือง ประชาชนกองเชียร์ของแต่ละฝ่ายที่ยังหาทางออกกันไม่ได้ อยากให้ลองหยุดนิ่งๆสักพัก แล้วหาผลงานของท่าน ป.อ.ปยุตโต มานั่งศึกษา อาจจะได้ข้อคิดข้อปฏิบัติดีๆก็ได้ 

 

———-

 

เขียนมาแต่ต้นล้วนแต่เป็นเรื่องดี เรื่องที่เป็นมงคลแก่ชีวิต ด้วยความรู้สึกจากใจแล้วไม่อยากมาสรุปจบลงด้วยเรื่องการเมืองที่ชวนปวดหัวหรือเป็นทุกข์ แต่ด้วยเหตุที่บ้านเมืองของเราเวลานี้ถูกการเมืองนำพาในทุกสิ่งอย่าง คิดว่าจำเป็นที่ควรนำมาสรุปให้เป็นข้อคิดกัน 

 

วันนี้งวดเข้ามาทุกทีสำหรับการตั้งรัฐบาล ไม่เกินกลางเดือนหน้าได้เห็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ถ้าโชคดีการเมืองจะลงตัวภายในเดือนกรกฎาคม คนไทยคงได้มีรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศต่อไป ต้องเอาใจช่วยให้ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่ถ้าโชคร้าย เวลาก็อาจต้องยืดออกไป เพราะการเมืองตกลงกันไม่ได้

 

ขอเอาใจช่วยให้เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างราบรื่น แต่ดูรูปการณ์คงไม่ง่ายนัก วันที่ 28 มิถุนายน คงพอรู้ว่าก้าวไกลกับเพื่อไทยตกลงกันได้หรือไม่ น่าจะต้องคุยกันอีกสักรอบสองรอบหรือไม่ เพราะทั้งคู่ยอมกันไม่ได้ ตำแหน่งนี้มีความสำคัญต่อการเคลื่อนทางการเมืองของทั้งสองพรรค 

 

สุดท้ายอาจจะจบลงที่ต้องถึงการลงมติเลือกกันในสภา คนดูอย่างเรา ถ้าได้เห็นการเสนอชื่อเกินสองคนและต้องลงมติกัน ก็แปลว่าตกลงกันไม่ได้ ต้องให้สมาชิกสภาตัดสินเลือกผู้นำของเขาเอง ถ้าเป็นเช่นนี้ก็น่าจะอ่านออกว่าพรรคที่ไม่มีมิตรในสภาคงยากจะฝ่าฟันเอาตำแหน่งประธานสภามาเป็นของตัวเอง

 

จากนั้นก็ต้องเอาใจช่วยคุณพิธาให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มีแต่คนพูดกันว่ายาก เพราะต้องพึง ส.ว. มีข่าวมาตลอดว่าพรรคก้าวไกลส่งผู้ใหญ่ในพรรคต่อสายล็อบบี้ ส.ว.มาแล้วหลายสิบคน บางกระแสว่าได้ผลดีมีผลตอบรับทางบวก 

 

บางกระแสว่ายิ่งล้อบบี้ยิ่งติดลบ เพราะพลพรรคของก้าวไกลอภิปรายดูถูก ส.ว.เอาไว้แรงมาก ไม่เห็นหัวคนหัวหงอกหัวดำแม้แต่คนเดียว 

 

มากไปกว่านั้นแกนนำแต่ละคนก็ก้าวร้าว หยิ่งผยอง ดุดัน ข่มขู่คุกคามชาติบ้านเมือง จะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์บ้างล่ะ จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะแก้มาตรา 112 ต้องเปลี่ยนวันชาติเป็นวันที่ 24 มิถุนายน ที่พูดไปแล้วก็ถอนคำพูดไม่ได้และล้วนแต่เป็นเรื่องห่วงกังวลของผู้คน จึงมีแต่คนบอกว่ายากจะได้เสียงจาก ส.ว. ถึง 64 เสียง

 

มีคนจำนวนไม่น้อยสงสัยว่าทำไมต้องไปพึ่ง ส.ว. 64 คนด้วย ทำไมไม่พึ่ง ส.ส. อีก 188 คนที่ไม่ได้ร่วมตั้งรัฐบาลมาช่วยลงคะแนนให้คุณพิธา ไม่ง่ายกว่าไปขอเสียง ส.ว.หรือ? 

 

เพราะทุกคนเป็นพวกเดียวกัน มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน นั่งทำงานอยู่ด้วยกัน อยากแก้รัฐธรรมนูญตัดอำนาจ ส.ว.มาด้วยกัน รู้จักกันและกันมากกว่ารู้จัก ส.ว. จำนวนก็มีมากกว่าอย่างมากมาย ถ้าเห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมีอำนาจเรื่องนี้ก็น่าจะพร้อมใจกันเอาชนะ ส.ว. โดยโหวตสนับสนุนคุณพิธาเสียทุกคนก็จบเรื่องแล้ว ได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งอย่างสง่างาม ไม่มีเหตุจำเป็นใดที่ต้องไปพึ่ง ส.ว. 

 

หรือในเบื้องลึกแล้ว ไม่มีใครไว้วางใจคุณพิธากับพวกมากพอที่จะให้เป็นหัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศ ขออนุญาตไม่ทำนายทายทักใครจะได้เป็นอะไร เพราะการเมืองซับซ้อนเกินกว่าจะตามทัน เปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา เอาใจช่วยให้คุยกันได้สำเร็จ เจรจาอะไรกัน ต้องไม่ลืมคุณทักษิณ เงียบแบบนี้น่ากลัว

 

———-

 

ขอตบท้ายอีกเรื่อง จะเรียกว่าก่อการร้าย กบฏ จลาจล หรืออะไรก็แล้วแต่ วันนี้จบลงด้วยการไม่ต้องนองเลือด กลุ่ม Wagner เคลื่อนกำลังเข้ายึดเมืองที่เป็นที่ตั้งสำคัญของกองทัพรัสเซียแล้วเคลื่อนกำลังนักรบต่อไปยังกรุงมอสโก จนถึงจุดที่ห่างกันเพียงสองร้อยกิโลเมตร เหมือนตั้งใจจะเข้าโจมตีด้วยกำลังทหาร 

 

คุณปูตินต้องบินออกจากมอสโกไปตั้งหลักที่เมืองอื่น คนดูก็เอาใจช่วยต่างกันไป บางพวกอยากเห็นสองฝ่ายรบกัน บางพวกไม่อยากเห็นการนองเลือด บางพวกยุส่งให้ยูเครนฉวยโอกาสส่งกำลังยึดเมืองสำคัญคืน บางพวกเชียร์ให้คณะนายพลรัสเซียชิงปฏิวัติคุณปูตินเสียเลย 

 

ดีว่าคุณลูกาเชนโกผู้นำเบลารุสเข้าใจเรื่องราว เข้าใจสาเหตุ รู้เบื้องหลังดี แล้วยังรู้จักกันดีทั้งกับคุณปูตินและคุณปริโกชิน ผู้นำกลุ่ม Wagner การเจรจาจึงจบได้เร็ว ไม่ยืดเยื้อ

 

แม้จะจบลงอย่างไม่นองเลือด แต่ผู้สันทัดกรณีก็บอกว่าต้องดูกันยาวๆ อีก เพราะการกระทำของกลุ่ม Wagner กระเทือนค่อนข้างรุนแรงต่อความเป็นไปของคุณปูตินและรัสเซีย อำนาจของคุณปูตินถูกท้าทายอย่างไม่เคยมีมาก่อน อันนี้อันตรายยิ่ง 

 

การปราบปรามการต่อต้านไม่เกิดขึ้น ต้องอาศัยคนที่สามมาช่วยแก้ปัญหาให้ ทำให้เกิดคำถามต่อสถานะความเป็นผู้นำของคุณปูติน 

 

กองกำลังป้องกันแห่งรัฐไปอยู่ที่ไหน การวางกำลังทหารบกและกองกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อรักษาความมั่นคงภายในมีจุดอ่อนหรืออย่างไร สงครามยูเครนทำให้ศักยภาพทางทหารของรัสเซียอ่อนแอลงหรือไม่ ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพรัสเซียกับกองกำลังทหารรับจ้างกลุ่ม Wagner จะเป็นอย่างไรในอนาคต รัสเซียจะควบคุมกำลังติดอาวุธของทหารรับจ้างได้อย่างไรต่อไป 

 

สุดท้ายที่นึกออกเวลานี้สหรัฐ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ยูเครน จะวางแผนฉวยโอกาสจากเรื่องนี้อย่างไร และจีนจะมีบทบาทอย่างไรหรือไม่ หรือศึกษาเป็นบทเรียน เพราะจีนให้ความสำคัญยิ่งต่อการรักษาความมั่นคงภายในยิ่งกว่าเรื่องอื่นใด 

 

กรณีจึงต้องติดตามศึกษาไว้เป็นบทเรียน ถ้าเกิดวิกฤตในรัสเซียขึ้นอีก จะกระเทือนต่อความเป็นอยู่ของโลกเรามากขึ้นแน่

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า