Here We Go 39
ตอนนี้เข้าโค้งสุดท้ายของการจัดประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2022 แล้ว ผู้นำเขตเศรษฐกิจทั้งหมดและแขกรับเชิญพิเศษของคุณประยุทธ์จะได้มาพบหน้ากันที่กรุงเทพระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าไทยจะถูกจับจ้องจากสื่อมวลชนทั่วโลก
———-
แพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศ
———-
ข่าวเกี่ยวกับ APEC ทุกแง่มุมจะถูกรายงานอย่างละเอียด นอกจากเนื้อหาสาระสำคัญของการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการลดอุปสรรคทางการค้าการลงทุนของแต่ละเขตเศรษฐกิจแล้ว
ที่น่าสนใจคือ ข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศของสมาชิก APEC เป็นรูปแบบเดียวกัน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้การค้าขายระหว่างประเทศมีมูลค่าระหว่างกันเพิ่มสูงมากขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือรองรับหนึ่งใน 3 แกนหลักของคุณประยุทธ์ที่เร่งผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งการร่วมมือกับบริษัท Amazon Web Services เพื่อสร้างระบบคลาวด์คอมพิวติ้งของไทย ซึ่งเชื่อได้ว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี ต้องคอยดูต่อไปว่าผลการประชุม APEC ครั้งนี้จะต่อยอดจากยุทธศาสตร์ 3 แกนของคุณประยุทธ์ได้แค่ไหน
———-
ศักยภาพของไทยในด้านธุรกิจ MICE
———-
นอกจากเรื่องเนื้อหาข้อตกลงด้านการค้าการลงทุนแล้ว ไทยจะได้แสดงศักยภาพความพร้อมของการเป็นสถานที่จัดประชุมรายการใหญ่ๆ ระดับนานาชาติ รวมทั้งธุรกิจ MICE ที่รวมกิจกรรมประชุมกลุ่มบริษัท การให้รางวัลพนักงานมาท่องเที่ยว และการจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ ซึ่งรัฐบาลคุณประยุทธ์ผลักดันเต็มที่
โดยมีสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ องค์การมหาชน รับผิดชอบดูแล คาดว่าปี 65 ไทยจะมีรายได้จากธุรกิจนี้ประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท
ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่บริษัทเอกชนระดับโลกต้องการมาจัดกิจกรรมในไทย เหตุผลเพราะไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกให้คนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม มีสนามบินนานาชาติถึง 6 แห่ง เชื่อมโยงกับการเดินทางรูปแบบอื่น ทั้งหมดนี้ต้องให้เครดิตกับรัฐบาลคุณประยุทธ์
———-
รายได้การท่องเที่ยวกว่า 5 แสนล้าน และนักท่องเที่ยวที่น่าจะเพิ่มขึ้น 80% ในปีหน้า
———-
ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยตอนนี้รับบทบาทเป็นพระเอก เนื่องจากนำรายได้เข้าประเทศอย่างมาก ยิ่งช่วงปลายปีถือเป็นไฮซีซั่น คาดการณ์ว่าจนถึงสิ้นปี 65 จะมีนักท่องเที่ยวมากถึง 10 ล้านคนเข้ามาเที่ยวในไทย สร้างรายได้ประมาณ 5 แสนล้านบาท
คาดหมายต่อไปว่าปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 18.5 ล้านคน เข้ามาเที่ยวในไทย และน่าจะมากกว่าที่คาดการณ์หากการประชุม APEC ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย สวยงาม และประทับใจต่อผู้เข้าร่วมประชุม
เฉพาะการประชุม APEC ที่จะมีผู้เดินทางมาร่วมประชุมกว่า 2 พันคน จะมีเงินสะพัดช่วงนี้ถึงราว 5 หมื่นล้านบาท ถือเป็นโอกาสทองของทุกคนในประเทศที่จะมีส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมด้วยกัน
———-
แผนงาน BCG Model ของไทย
———-
ที่อยากให้คนไทยติดตามอีกประเด็นหนึ่งจากการประชุม APEC คือ หัวข้อที่ไทยผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ BCG Model ที่ระบุถึงเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เป็นการนำจุดแข็งของไทยมาใช้กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ UN ให้การยอมรับ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
ซึ่งรัฐบาลคุณประยุทธ์ได้เตรียมแผนปฏิบัติการรองรับ BCG Model นี้ไว้แล้วเริ่มตั้งแต่ปี 64 – 70 หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะเกิดการกระจายรายได้ ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของไทยได้มาก
———-
จับตาซาอุฯ แขกคนสำคัญของไทย
———-
อีกเหตุการณ์ที่อยากให้เฝ้าดูคือ การเดินทางมาของคณะเจ้าชาย MBS ของซาอุดิอาระเบีย ในฐานะแขกพิเศษของคุณประยุทธ์ ที่นำผู้ติดตามมา 800 คน จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับไทยหลังจากที่ห่างหายไปถึง 30 กว่าปี
บทบาทของซาอุดิอาระเบียในการเมืองระหว่างประเทศ ขณะนี้น่าจับตามองอย่างยิ่ง เจ้าชาย MBS กำหนดวิสัยทัศน์ 2030 ที่จะพาซาอุไปสู่ยุคแห่งความทันสมัย ที่ลดการพึ่งพาน้ำมัน เน้นการใช้พลังงานลมและแสงอาทิตย์ เน้นเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง
เริ่มต้นจากการสร้างเมืองไฮเทค ที่เรียกว่า Neom หรือ ‘นิอุม’ มูลค่าก่อสร้าง 5 แสนล้านดอลล่าร์ คิดว่าไทยน่าจะมีส่วนร่วมในเมืองใหม่นี้เช่นกัน เพราะรัฐบาลได้ส่งทีมไปสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
ที่สำคัญคือ ไทยจะมีความมั่นคงด้านพลังงานจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ซึ่งจะไม่ทำให้แผนผลักดันอุตสาหกรรมของไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นจากที่ประชุม APEC ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ผลประโยชน์ของชาติจะเกิดขึ้นทันทีโดยตรง และจะเกิดขึ้นโดยอ้อมในอนาคต อยากจะฉายภาพให้ทุกคนเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชนให้ได้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวหน้าไปในทางที่ดี ประชาชนคนไทยกำลังมีอนาคต มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศไม่ได้อยู่ในสภาพที่มืดมน สิ้นหวัง ไร้อนาคตอย่างที่นักการเมืองบางคนพยายามสร้างวาทะกรรมโดยไร้ข้อเท็จจริง
———-
ม็อบที่เตรียมป่วนงาน APEC
———-
อย่างที่ทราบกัน ขณะที่คนไทยทั้งประเทศยินดีต้อนรับเป็นกำลังใจต่อการเป็นเจ้าภาพ APEC ของไทยเรา มีคนอีกกลุ่มหนึ่งกลุ่มเล็กๆ แต่มีหลายกลุ่มกลับทำตรงกันข้าม รวมตัวรวมหัว กันวางแผนก่อความวุ่นวาย
ว่ากันว่าตั้งแต่ต้นอาทิตย์กันไปเลย มีทั้งรวมตัวกันชุมนุม พูดจา ปราศรัยใส่ร้ายป้ายสีการประชุม เรียกร้องเรื่องการเมือง เลยเถิดไปถึงเรื่องมาตรา 112 ร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ กลุ่มทะลุแก๊ซ ทะลุฟ้า ทะลุวัง พวกธรรมศาสตร์การเมืองและการชุมนุม
แกนนำก็เป็นพวกหน้าเดิมผสมหน้าใหม่ พวกนี้เคยก่อความวุ่นวายที่สามเหลี่ยมดินแดงจนเดือดร้อนกันไปถ้วนหน้า อาทิตย์หน้านี้ก็จะกลับมารวมตัวกันอีก จะไปกันแถวศูนย์ประชุมที่ใช้จัดประชุม APEC
คาดเดากันไว้ก่อนได้ว่า พวกนี้คงจะทำแบบที่สามเหลี่ยมดินแดง ทำคราวนี้ เป็นความหวังใหญ่ของพวกเขาเลย ต้องการให้ต่างประเทศได้เห็นการต่อต้านรัฐบาล การปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพในการแสดงออก การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง จากนี้จะไม่มีการประชุมระดับนานาชาติใหญ่ๆ เกิดขึ้นในเมืองไทยไปอีกนาน
คราวนี้จึงเป็นเหมือนนาทีทองที่พลาดไม่ได้ ต้องออกฤทธิ์เดชเพื่อให้ต่างชาติได้เห็น
———-
สังคมควรปฏิเสธม็อบป่วนในช่วงงานสำคัญของประเทศ
———-
ขอฟ้องต่อพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ คนเหล่านี้นี้กำลังเตรียมย่ำยีศักดิ์ศรีของชาติ และสร้างความแตกแยกในหมู่คนไทย เรื่องที่เขาจะประชุมกันเป็นเรื่องที่ดีต่อโลก ดีต่อคนรุ่นปัจจุบัน และดีต่อคนรุ่นลูกรุ่นหลาน
ทั่วโลกเขารณรงค์แทบเป็นแทบตายเพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ลดคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว ที่เป็นหัวข้อการประชุมในบ้านเราครั้งนี้ คือความทันสมัย ทันยุค และเป็นการทำเพื่อลูกหลานให้มีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตข้างหน้า
แต่เหตุไฉนคนกลุ่มเล็กๆ จึงเห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ป้ายสีบิดเบือนว่าการประชุมเป็นประโยชน์ของนายทุน สร้างความแตกแยก สร้างความเกลียดชัง
ทั้งที่ทั้งโลกเขาก็เป็นเฉกเช่นบ้านเรา รณรงค์เรื่องเดียวกับบ้านเรา ต่อสู้เพื่อให้ได้เศรษฐกิจแบบ BCG ถ้าไม่เชื่อ มองไปที่ฝรั่งเศสที่เด็กกลุ่มนี้ชื่นชอบอยากเลียนแบบ ประธานาธิบดีมาครงที่เป็นแขกพิเศษของคุณประยุทธ์ใน APEC คือขาใหญ่ของการต่อสู้กับโลกร้อน จนชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สองมาแล้ว
เขาสนับสนุน BCG เขาจึงตอบรับคำเชิญมาเป็นแขกพิเศษของคุณประยุทธ์ ไม่เข้าใจตรรกะของเด็กเหล่านี้ แต่ท่านทั้งหลายก็ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าดูข้อเรียกร้องของพวกเขา เรื่อง APEC มีอยู่นิดเดียว เรื่องการเมือง เรื่องคุณประยุทธ์ เรื่อง 112 เรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นข้อเรียกร้องมากมาย
จึงต้องฟ้องต่อคนไทยทั้งหลาย คนกลุ่มหนึ่งที่เกลียดรากเหง้าของตนเอง ไม่มีหัวใจรักสามัคคี สร้างเฉพาะความเกลียดชัง กำลังสร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง ไม่เฉพาะในการประชุม APEC เท่านั้นแต่ไปถึงวันข้างหน้า ถึงเวลาที่ต้องร่วมกันปฏิเสธความคิดและการกระทำแบบนี้
———-
เอกสารหลุด Amnesty กับการสนับสนุนม็อบเพื่อแทรกแซงการเมืองไทย
———-
วันนี้อ่านข่าวมีการแฉข้อมูลในโลกโซเชียล มีคนแฉเอกสารขององค์การนิรโทษกรรมสากล หรือ Amnesty International ที่ว่าด้วยแนวทางการส่งเสริมสนับสนุนขบวนการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย
มีคนไปค้นพบเข้าและนำมาศึกษาวิเคราะห์แล้วก็โผล่ออกมาทางโซเชียล ไม่รู้หรอกว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ แต่อ่านแล้วทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยมีน้ำหนัก โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับบ้านเรา
เพราะเอกสารบอกอะไรไว้ ขบวนการทะลุอะไรต่อมิอะไร ทำเหมือนที่บอกไว้ในเอกสารเลย เช่น การช่วยเหลือม็อบจัดชุมนุม การปกป้องผู้ก่อเหตุจลาจล ช่วยเหลือปกป้องคนทำผิดมาตรา 112 ปกป้องคนผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม รวมถึงการช่วยเหลือกลุ่มประชาชนที่เรียกร้องสิทธิทำกิน สนับสนุนนักเคลื่อนไหวทุกกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลปัจจุบัน
ที่เห็นได้ชัด คือเอกสารระบุเรื่องการสนับสนุนให้ต่อต้านการประชุมเอเปค และเข้าไปสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคในการเลือกตั้งในปีหน้า การกำหนดแนวทางเช่นนี้แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างชัดเจน
เอกสารนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่รัฐบาลไทยควรพิจารณาอย่างจริงจังและ ใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการกับองค์กรแห่งนี้
ถึงเวลาที่ต้องเอาจริงเอาจังกับการมีกฎหมาย กำกับดูแลองค์กรต่างประเทศที่เข้ามาทำกิจกรรมในบ้านเรา องค์กรใดดีก็ต้องให้การสนับสนุน ช่วยเหลือให้เขาทำงานต่อไปได้ องค์กรใดเลวร้ายสร้างความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง ก็ต้องกำกับ ดูแล ตรวจสอบ และมีมาตรการทางกฎหมายจัดการกับคนและองค์การนั้นๆ
#TheStrutureColumnist
#APEC #ประเทศไทย
เรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำ หากจะไปต่อ และ สตช.กับการขอชะลอกฎหมายห้ามทรมาน โดยไม่สนใจความถูกต้องต่อสังคมและประเทศชาติ
ทำความเข้าใจกับการเห็นต่างเรื้อรัง กรุงเทพฯ ชีวิตดี ๆ ที่ ‘ต้องคุยเรื่องทางเท้ากับแผงลอยให้’ ลงตัว
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม