
Here We Go (91) ยกเลิกแปรอักษรจตุรมิตร พินิจจุดจบโครงการเงินดิจิทัล 5 แสนล้าน เบื้องหลังการเยี่ยมคารวะ ‘เฉลิม อยู่บำรุง’
ต้องถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมากสำหรับการทำงานของพรรคภูมิใจไทยที่นำโดยคุณอนุทิน นำรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงของพรรคได้แก่ มหาดไทย ศึกษาธิการ แรงงาน และกระทรวงการอุดมศึกษาร่วมกันทำบันทึกข้อตกลง “แนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย สร้างจิตสำนึกความเป็นไทย” มีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ประวัติศาสตร์ชาติไทย ให้คนไทยมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและเข้าใจถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ
ที่ต้องยกย่องเนื่องจากนโยบายนี้จะไม่ได้เห็นผลทันทีในเชิงการเมือง ไม่เหมือนกับนโยบายประชานิยมอื่นๆ แต่เป็นการวางรากฐานที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ ต้องขอปรบมือให้ และอยากให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงของพรรคอื่นเข้ามาร่วมขับเคลื่อนให้เกิดผลในการปฏิบัติร่วมกันอย่างจริงจัง
—
การแถลงข่าวดังกล่าวเกือบคล้ายกับบรรยากาศงานแถลงข่าวกิจกรรมจตุรมิตรสามัคคีขาดเพียง 2 โรงเรียน (คุณอนุทินจากอัสสัมชัญ คุณเพิ่มพูนจากสวนกุหลาบ) ได้จังหวะกับการแสดงออกของคนบางกลุ่มและ ส.ส.บางพรรค ที่ออกมาคัดค้านกิจกรรมแปร อักษรงานจตุรมิตรของนักเรียน 4 โรงเรียน
จนกลายเป็นกระแสดราม่ามาตลอด 2 สัปดาห์ ที่ ส.ส.ของพรรคก้าวไกลอย่างน้อย 2 คนคือคุณธิษะณา ชุณหะวัณ จากเขตปทุมวัน กับคุณปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ จากเขตพระนคร ใช้เหตุผลถึงสิทธิเสรีภาพของน้องนักเรียนที่ต้องปราศจากการข่มขู่บังคับให้ร่วมกิจกรรมอ้างว่าโรงเรียนเหล่านี้และสถานที่จัดกิจกรรมอยู่ในพื้นที่เขตรับผิดชอบของตนเอง
เรื่องนี้ให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากชี้ว่า ส.ส.ของพรรคนี้ทั้ง 2 คนกำลังร่วมมือกับคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข และกลุ่มนักเรียนเลวที่มีเป้าหมายต่อต้านสถาบันหลักของชาติมาต่อเนื่องทำงานร่วมกันมีเป้าหมายเดียวกัน
ทั้ง 2 คนนี้และพรรคก้าวไกลมีความถนัดที่จะนำการเมืองเข้าไปสร้างความแตกแยกในโรงเรียนในหมู่เยาวชน เพาะบ่ม สร้างความคิดที่ผิดๆบิดเบี้ยวให้ออกมาเป็นกลุ่มพวกเคลื่อนไหวต่อในอนาคตเหมือนกับที่เคยทำกับน้องหยกของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถจะกลับเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนในโรงเรียนได้อีกแล้ว และพรรคก้าวไกลก็ไม่ได้ดูแลแยแสช่วยเหลือคงเพราะสมประโยชน์ทางการเมืองไปแล้ว
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนอื่นในเขตพื้นที่ของคุณธิษะณามีอีกมากและรุนแรงกว่าปัญหาที่เกิดจากนักเรียน 4 โรงเรียนนี้อีก อย่างเรื่องของน้องธนสรณ์ นักศึกษาอุเทนถวายที่ถูกยิงเสียชีวิต คุณธิษะณาน่าจะเข้าไปหาทางช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเรื่องแบบนี้
หรือเด็กนักเรียนที่พกอาวุธปืนเข้าไปยิงนักท่องเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าดังในเขตปทุมวัน คุณธิษะณาเสนอแนวทางป้องกันปัญหาในอนาคตอย่างไร หรืออย่างที่เขตพระนครได้ชื่อว่ามีปัญหาคนไร้บ้านมากที่สุด คุณปราเมศศึกษาหรือยังว่าจะช่วยเหลือพวกเขาอย่างไร
ปัญหาทะเลาะกันระหว่างพ่อค้าแผงลอยกับประชาชนที่ต้องการทางเท้าคืน คุณปราเมศจะใช้บทบาทของความเป็น ส.ส.ช่วยเหลืออย่างไร หรือปัญหาบังคับข่มขู่คุกคามทางเพศของ ส.ส.ในพรรคก้าวไกล ทั้ง 2 คนจะออกมาช่วยเหลือเหยื่อและเปิดโปงพฤติการณ์เป็นตัวอย่างแก่สังคมบ้างหรือเปล่า
ความจริงแล้วสิทธิเสรีภาพหรือสภาพไร้การบังคับต่อการตัดสินใจใดๆควรจะมีอย่างเต็มที่กับบรรดา ส.ส.ผู้ทรงเกียรติในสภา ซึ่งรัฐธรรมนูญก็กำหนดรับรองไว้อยู่แล้ว ทั้ง 2 คนควรไปใช้สิทธิตรงนั้นอย่างเต็มกำลัง ไม่ควรให้มีคณะโปลิตบูโรมาคอยกำหนด คอยสั่งให้อุ้มส.ส.พรรคคนไหน หรือยกมือให้ผ่านญัตตินั้นประเด็นนี้ ส.ส.ควรต้องแยกแยะได้เรื่องไหนควรทำ เรื่องไหนไม่ควรทำ มันสะท้อนถึงคุณภาพของพรรคอย่างช่วยไม่ได้
—-
บอลจตุรมิตรกลบข่าวอื่นของบ้านเราไปเสียหมด จนหลายคนลืมว่านโยบายแจกเงินดิจิทัล 1หมื่นบาทของพรรคเพื่อไทยไปถึงไหนแล้ว มีข้อยุติแล้วล่ะว่ารัฐบาลจะเสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเพื่อแจกคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป ที่มีเงินเดือนไม่เกิน 7 หมื่นบาท มีเงินในบัญชีธนาคารรวมกันไม่เกิน 5 แสนบาท
แต่ขณะนี้ยังต้องผ่านด่านที่สำคัญอีกหลายด่าน เช่น นโยบายนี้ขัดกฎหมายหรือไม่ กรรมการกฤษฎีกากำลังพิจารณา มีคนร้ององค์กรอิสระไปแล้วว่ารัฐบาลทำผิดกฎหมาย ทั้ง ป.ป.ช. และสตง. ตั้งคณะทำงานติดตามศึกษาความเป็นไปของนโยบายนี้
สว.ไม่เห็นด้วยก็จำนวนไม่น้อย ธนาคารแห่งประเทศไทยมีข้อมูลทางวิชาการ เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เข้าขั้นโคม่า ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทุกด่านมีท่าทีเป็นลบต่อนโยบายเสียส่วนใหญ่ มีแต่ในสภาผู้แทนราษฎรที่รัฐบาลเพื่อไทยครองเสียงข้าง เสียงคัดค้านจากก้าวไกลและประชาธิปัตย์ถึงจะดังมีเหตุและผลแต่เมื่อต้องลงมติก็คงไม่สามารถหยุดรัฐบาลได้ เกมการหยุดรัฐบาลจึงต้องมาจากองค์กรนอกสภาผู้แทน
เคยพูดไว้ครั้งหนึ่งว่า เพื่อไทยเอาเงินไปสนับสนุนองค์กรภาคประชาชนอย่างกองทุนหมู่บ้านไม่ดีกว่าหรือ คุณประยุทธ์เคยช่วยมาตลอดหลายหมื่นล้านบาทและอาจเป็นแสนล้านบาทไปแล้วโดยไม่รังเกียจรังงอนว่าเป็นความริเริ่มของคุณทักษิณ ปล่อยให้นโยบายนี้ตกไปเถอะ แล้วทบทวนทำนโยบายใหม่ ไม่มีใครต่อต้านหากช่วยชาวบ้านที่ยากจน ลำบาก แร้นแค้น
—-
มีข่าวเล็กๆ ฮือฮาอยู่ไม่นานนัก เมื่อคุณแพทองธารบุกบ้านริมคลองของคุณเฉลิม อยู่บำรุง ไปเยี่ยม สอบถามทุกข์สุข หลังจากคุณเฉลิมออกมาฟาดคุณทักษิณแบบจะไม่เผาผีกันอีกต่อไป เรื่องนี้มีคนบอกว่า คุณแพทองธารคิดเองและทำเองไม่ได้แน่ ถ้าไม่มีคำอนุญาตจากคนบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ คู่กรณีตัวจริงคือคุณเฉลิมกับคุณทักษิณ ถามว่าทำไมคุณทักษิณถึงต้องให้ลูกสาวไปเป็นทูตสันถวไมตรี
คำตอบก็คือ ทะเลาะกับคุณเฉลิมไม่มีประโยชน์ มีแต่โทษ เพราะคุณเฉลิมมีอาวุธอานุภาพสูงอยู่ในมือคือข้อมูลเบื้องลึกทางการเมือง คดีความ 8 คดีที่เคยช่วยเหลือคุณทักษิณ คุณเฉลิมรู้ไส้ทุกขดของคุณทักษิณ ชนิดเขียนหนังสือ 10 เล่มก็ไม่หมด ที่สำคัญคุณเฉลิมมีวิธีปูดเรื่องราวให้คุณทักษิณเละเป็นโจ๊กได้และทำให้เส้นทางของคุณแพทองธารก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ราบเรียบจนอาจถึงขั้นตกถนนเลยทีเดียว
เรื่องราวที่กินแหนงแคลงใจระหว่างสองบุรุษคือตำแหน่งใน ครม. คุณเฉลิมไม่มีตำแหน่ง คุณวัน อยู่บำรุงก็ไม่ได้ตำแหน่ง ผลตามมาตอนนี้คือการไม่มีคุณเฉลิมใน ครม. ทำให้ไม่มีคนดูงานด้านความมั่นคงให้รัฐบาล คุณเศรษฐาถึงต้องมาคุมเอง ผลคืองานความมั่นคงไม่ทันสถานการณ์
คุณแพทองธารและคุณภูมิธรรมถึงต้องออกมาพูดว่าคุณเฉลิมเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทยเสมอ สิ่งบ่งชี้ในอนาคตคือผลการเลือกตั้งซ่อมในเขตฝั่งธนบุรีหาก สส.พรรคก้าวไกลที่ถูกขับหาพรรคใหม่ไม่ได้ในเวลาที่กำหนด ถ้าเพื่อไทยชนะอาจได้เห็นตระกูลอยู่บำรุงกลับมาผงาดอีกครั้ง