คนละครึ่งพลัส ช่วยได้แค่ระยะสั้น–ผลจำกัด ‘สิทธิพล’ ชี้โครงการนี้ทำเศรษฐกิจโตต่ำเพียง 0.3% เร่งรัฐหามาตรการยั่งยืนในระยะยาวมารองรับ
20 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แสดงความคิดเห็นต่อโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วันแรก โดยชี้ว่าประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก สะท้อนความคาดหวังสูงต่อมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง แต่ย้ำว่าโครงการนี้มี “ประสิทธิผลจำกัด” และเป็นเพียงการบรรเทาระยะสั้น
สิทธิพลระบุว่า ข้อดีคือโครงการสามารถทำได้ทันที ประชาชนคุ้นเคยกับระบบ และมีแอปฯ เป๋าตังรองรับ อีกทั้งยังปรับเงื่อนไขให้ผู้ยื่นภาษีได้สิทธิ์มากกว่าเดิม ถือเป็นการรับฟังเสียงสะท้อนจากฝ่ายค้านและนักวิชาการ แต่ในเชิงเศรษฐกิจ งานวิจัยชี้ว่าเงิน 1 บาทที่รัฐอัดฉีด กระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียง 30 สตางค์ เพราะเป็นการโยกการใช้จ่าย ไม่ได้สร้างการลงทุนใหม่
เขายังชี้ว่า วงเงินที่ใช้มาจากการโยกงบโครงการอื่น ไม่ใช่เงินใหม่ ทำให้ผลกระตุ้นต่ำ อีกทั้งประชาชนจำนวนมากเข้าไม่ถึงระบบ ต้องไปต่อคิวธนาคารตั้งแต่ตีห้า แต่ได้คิวเพียง 50–100 คน ซึ่งกลุ่มนี้กลับเป็นผู้ที่ควรได้รับการช่วยเหลือมากที่สุด
สิทธิพลเตือนว่า หากรัฐบาลไม่อุดช่องโหว่เดิม เช่น ปัญหาทุจริต และไม่สร้างผลต่อเนื่องระยะยาว โครงการจะไม่ช่วยเศรษฐกิจจริง พร้อมเสนอให้เร่งดึงร้านค้าที่ไม่เคยเข้าระบบเข้ามา เพื่อสร้างฐานผู้ใช้และร้านค้าใหม่ แม้โครงการสิ้นสุด ประชาชนก็ยังคงซื้อขายต่อเนื่องได้ อีกทั้งรัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นเรื่องภาษี ไม่ให้ผู้ประกอบการกังวลภาษีย้อนหลัง
เขาย้ำว่าโครงการนี้เป็นเพียงการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพระยะสั้น แต่เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาหนักกว่านั้น โดยคาดว่าไตรมาสสุดท้ายปีนี้อาจโตเพียง 0.3% และรวมครึ่งปีนี้กับครึ่งปีหน้าอาจโตเพียง 1% เท่านั้น ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการยั่งยืนรองรับ
“พรรคประชาชนทยอยเสนอนโยบายเศรษฐกิจมาโดยตลอด และเชื่อว่านโยบายที่เตรียมไว้ตอบโจทย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว” สิทธิพลกล่าวทิ้งท้าย
#TheStructure
#TheStructureNews
#คนละครึ่งพลัส #เศรษฐกิจไทย #พรรคประชาชน