หนังคนละม้วน! กูรูไอทีชี้ TH-AI Passport คุ้มค่าตกหัวละ 25 บาท ได้ใช้ AI ระดับ Pro แฮกเกอร์ลองเจาะระบบแล้วเจอกันโกงเพียบ สวนทางคำพูด รองหัวหน้าพรรค ปชป.
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้ทดลองใช้งานกลุ่มแรก
เริ่มเผยให้เห็นภาพอีกมุมของโครงการ TH-AI Passport ว่านี่อาจเป็นก้าวสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ หากสามารถแยก “ประเด็นข้อสงสัยเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง” ออกจาก “ศักยภาพที่แท้จริงของระบบ” ได้
🔴 คุ้มค่ามหาศาล: จ่าย 25 บาท/เดือน แลก AI ระดับโลก
นายธนารัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ ซีอีโอ DomeCloud หนึ่งในผู้ทดลองใช้งาน เปิดเผยว่าจุดแข็งที่สุดคือความคุ้มค่า
หากนำงบประมาณ 1,500 ล้านบาท หารด้วยเป้าหมาย 5 ล้านคน จะตกเพียงคนละ 300 บาท/ปี หรือ 25 บาท/เดือน แต่สิ่งที่ประชาชนได้รับคือสิทธิในการเข้าถึง AI ระดับ Pro และเครื่องมือสร้างวิดีโอ-ภาพ ที่ปกติต้นทุนสูงมาก
ตัวอย่างเช่น การรันโมเดล Gemini 3.1 Pro ที่รองรับ 1 ล้านโทเคน หรือโมเดลพรีเมียมอย่าง Claude Opus 4.8 หากผู้ใช้ต้องไปจ่ายเงินสมัครบริการเองจะมีราคาแพงกว่านี้มาก โครงการนี้จึงช่วยทลายกำแพงค่าใช้จ่ายได้อย่างแท้จริง
พร้อมยืนยันว่า ยังไม่พบเงื่อนไขบีบบังคับให้ต้องกลับไปเรียนใหม่ทุกๆ 5-6 คำสั่ง อย่างที่เคยมีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้
🔴 เจาะระบบแล้วอึ้ง: ระบบป้องกันการโกงรัดกุม
ด้านการทดสอบความปลอดภัย นายธนารัตน์เผยว่ามีกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์พยายามหาช่องโหว่ของระบบ โดยเฉพาะระบบ e-Learning ที่มีการทดลองเขียนสคริปต์เพื่อข้ามวิดีโอ หรือเร่งความเร็วเพื่อโกงเวลาเรียน
ผลปรากฏว่าระบบถูกออกแบบมาอย่างรัดกุม มีการส่งข้อมูลตรวจสอบ (Heartbeat) แบบเรียลไทม์ ทำให้แฮกเพื่อข้ามการเรียนไม่ได้
นอกจากนี้ การเตรียมปรับการเบิกจ่ายงบประมาณไปสู่โหมด Pay per Active User หรือจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ก็ถูกมองว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินภาครัฐ และสะท้อนผลลัพธ์ของโครงการได้ดีกว่าการนับเพียงยอดลงทะเบียน
🔴 ก้าวต่อไป: สู่ Agentic Platform และ Dashboard ระดับชาติ
ทางด้าน นายปรเมศวร์ มินศิริ ผู้ร่วมก่อตั้ง Sanook.com และรองผู้อำนวยการ Thai PBS ด้านพัฒนาองค์กร มองว่าการเขียน TOR ที่ไม่ระบุชื่อโมเดลตายตัวถือว่าฉลาด เพราะเปิดทางให้ผู้ให้บริการอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับโลกของ AI ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว
แต่สิ่งที่ควรพัฒนาต่อ คือการยกระดับจากแค่ถาม-ตอบ สู่ Agentic Platform ที่ AI สามารถทำงานซับซ้อนแบบ End-to-End ได้
นอกจากนี้ ระบบ Dashboard ที่ใช้เก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน จะกลายเป็นขุมทรัพย์สำคัญในการกำหนดนโยบายรัฐ ทำให้ทราบว่าคนไทยใช้ AI ทำอะไร อาชีพไหนต้องการทักษะใด เพื่อนำไปต่อยอดเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ของชาติต่อไป
🔴 ข้อควรระวัง: เร่งอุดช่องโหว่ PDPA ก่อนเปิดจริง
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำตรงกันว่า จุดที่ต้องเร่งแก้ไขด่วนที่สุดก่อนเปิดระบบ คือเรื่องกฎหมาย PDPA
ระบบควรแยกการขอความยินยอม (Consent) ระหว่าง “ข้อมูลที่จำเป็น” กับ “ข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาต่อ” ให้ชัดเจน พร้อมทั้งต้องรักษาความเป็นส่วนตัวของประชาชน (Anonymization) ให้รัดกุมที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งาน
ท้ายที่สุด หากรัฐบาลรับฟังฟีดแบ็กเพื่อนำไปปรับปรุง และแยกประเด็นตรวจสอบความโปร่งใสไปดำเนินการตามขั้นตอน
โครงการนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะก้าวข้ามดราม่า และกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยยกระดับศักยภาพของคนไทยได้อย่างแท้จริง
#TheStructure
#TheStructureNews
#THAIPassport #AI #กระทรวงดีอีเอส