ควบคุมได้ยาก เยอรมนีชะลอติดตั้งโซลาร์เซลล์ หลังพบว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโซลาร์เซลล์นำไปสู่ความตึงเครียดของระบบเครือข่ายไฟฟ้า
ข้อมูลจาก Fraunhofer ISE ระบุว่า ระหว่างปี 2020–2024 เยอรมนีเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เฉลี่ย 0.5 กิโลวัตต์ต่อประชากรหนึ่งคน ขณะที่กรีซ สวิตเซอร์แลนด์ และฮังการีเพิ่มขึ้นเป็น 0.6 กิโลวัตต์ และออสเตรียสูงถึง 0.7 กิโลวัตต์ต่อคน
แม้กำลังผลิตรวมของเยอรมนีจะขยายตัวกว่า 80% ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ยังตามหลังหลายประเทศในยุโรปที่เติบโตเกิน 100% หรือมากกว่า 300% ในบางกรณี โดยเฉพาะฮังการีและออสเตรีย
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟฟ้า ซึ่งไม่สามารถรองรับการเชื่อมต่อจากแหล่งผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นาย Andreas Lenz โฆษกด้านนโยบายพลังงานของพรรค CDU ระบุว่า “การขยายตัวที่ควบคุมไม่ได้กำลังนำไปสู่ความตึงเครียดของระบบเครือข่ายไฟฟ้าของประเทศ” ขณะที่นาย Leonhard Birnbaum CEO ของ E.ON สะท้อนสถานการณ์ในภาคปฏิบัติว่า “เรากำลังถูกขอให้เร่งเชื่อมต่อเครือข่ายกับระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าอย่างล้นหลาม”
ปีนี้ เยอรมนีมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ที่ 21% ของกำลังผลิตรวม ขณะที่กรีซอยู่ที่ 28% สวิตเซอร์แลนด์ 14% และออสเตรีย 12% แม้ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความก้าวหน้าในการลดการพึ่งพาถ่านหินและพลังงานนิวเคลียร์ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่ปรับตัวไม่ทัน
หลายประเทศในยุโรปเริ่มใช้มาตรการเสริม เช่น การปิดระบบโซลาร์เซลล์ชั่วคราวในช่วงพีค การเสนอราคาค่าไฟฟ้าถูกในช่วงกลางวัน และการติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้ไฟฟ้า
เยอรมนีอยู่ระหว่างพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซแห่งใหม่ เพื่อรองรับความผันผวนของระบบพลังงานหมุนเวียน แต่ยังอยู่ระหว่างการรออนุมัติจากคณะกรรมาธิการยุโรป
#TheStructure
#TheStructureNews
#เยอรมนี #พลังงานแสงอาทิตย์ #พลังงานทดแทน