จำนวนสัตว์เลี้ยงแซงเด็กทารก Goldman Sachs ชี้จากภาวะประชากรหดตัว ภายในปี 2030 ประชากรสัตว์เลี้ยงจีน อาจมีจำนวนแซงหน้าเด็กเกิดใหม่
Goldman Sachs สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลก ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า ประชากรสัตว์เลี้ยงในเมืองของจีน อาจแซงหน้าเด็กเกิดใหม่ภายในปี 2030
“เราคาดว่าจะเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง ท่ามกลางแนวโน้มอัตราการเกิดที่ลดลงเมื่อเทียบกับจำนวนสัตว์เลี้ยงในครัวเรือนคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น” Goldman Sachs ระบุในรายงาน
Goldman Sachs คาดการณ์ว่า จำนวนสัตว์เลี้ยงในเมืองของจีนจะทะลุ 70 ล้านตัว ภายในปี 2030 ซึ่งสูงกว่าจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนประเมินว่าจะอยู่ที่ 40 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันถึงเกือบ 2 เท่า โดยการเพิ่มขึ้นดังกล่าวคาดว่าจะดันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในจีนเติบโตสู่ระดับ 12,000 ล้านดอลลาร์ (4.25 แสนล้านบาท) ภายในปี 2030
แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่จีนกำลังเผชิญกับวิกฤตประชากร ในปี 2022 ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก เปิดเผยว่าประชากรในประเทศหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1960 โดยประชากรจีนหดตัวอีกครั้งในปี 2023 ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตที่แซงหน้าจำนวนคนเกิดถึง 2.08 ล้านคน
รัฐบาลจีนพยายามส่งเสริมการมีบุตรด้วยการให้เงินสนับสนุนคู่แต่งงานใหม่ รวมถึงเงินอุดหนุนสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยากและค่าเลี้ยงดูบุตร อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนความคิดของผู้หญิงจีน ซึ่งบอกกับ Business Insider เมื่อเดือน ก.พ. ว่าพวกเธอรู้สึกกังวลกับต้นทุนทางการเงินที่สูงลิ่วในการเริ่มต้นครอบครัว
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายถึงเหตุผลที่ชาวจีนเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนการมีลูก นายจาง จากมหาวิทยาลัยนิวแฮมป์เชียร์ กล่าวว่า สัตว์เลี้ยงมีบทบาททางวัฒนธรรมที่สำคัญในฐานะ “เพื่อน” ของคนหนุ่มสาวที่ยังไม่แต่งงานและไม่มีบุตร รวมถึงผู้สูงอายุที่ที่ลูกเติบโตจนแยกตัวออกไปใช้ชีวิตของตนเองนอกบ้าน หรือแยกไปมีครอบครัวใหม่
เจิ้ง มู่ ผศ.ด้านสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า สัตว์เลี้ยงยังช่วยให้คนจีนรุ่นใหม่ได้เติมเต็ม “ความต้องการความเป็นเพื่อนและความใกล้ชิดที่มีความหมาย” โดยไม่ต้องมี “ภาระผูกพันระยะยาว เช่น การศึกษาของลูก”
ในเดือน มี.ค. 2023 Bloomberg Intelligence ได้เผยแพร่รายงาน Pet Economy Report ซึ่งคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงทั่วโลกจะเติบโตจาก 320,000 ล้านดอลลาร์ (11.34 ล้านล้านบาท) สู่ระดับ 500,000 ล้านดอลลาร์ (17.72 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 จากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนสัตว์เลี้ยงทั่วโลก ผู้เขียนรายงานระบุว่า การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เกิดจากการที่สัตว์เลี้ยงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะสัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้นด้วย
“การเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้นทั่วโลก” “ด้วยเหตุนี้ จึงมีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงสูงอายุซึ่งมีราคาสูง และเราคาดว่าการใช้จ่ายเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนของสัตว์เลี้ยงจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงทศวรรษหน้า” แอน-ฮันเตอร์ แวน เคิร์ก นักวิเคราะห์อาวุโสด้านชีวเภสัชจาก Bloomberg Intelligence กล่าวในแถลงการณ์เกี่ยวกับรายงานดังกล่าว
(1 ดอลลาร์ = 35.44 บาท)