ชวน-อภิสิทธิ์ รวมกลุ่ม ปชป. ไม่เอาเพื่อไทย ‘ชวน’ ประกาศสู้สกัดการเมืองที่ไม่สุจริต
นายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยอดีต รมต. และ สส. ปชป. อาทิ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีต รมว. อุตสาหกรรม, นายสาคร เกี่ยวข้อง อดีต สส.กระบี่, นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ
ร่วมงานฉลอง 60 ปี ศาลบรรพบุรุษตระกูลวงศ์หนองเตย ที่บ้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในจังหวัดตรัง เมื่อวานนี้ (9 ก.ย. 2567)
ในการนี้ นายชวนหลีกภัย กล่าวถึงบิดาของนายสาทิตย์ (นายประสิทธิ์ วงศ์หนองเตย) ว่าเป็นหัวคะแนนใหญ่ของตนเองในสมัยแรกที่ตนเองลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เมื่อ 55 ปีที่แล้ว และนายสาทิตย์ก็ประสบความสำเร็จทางการเมือง ได้เป็นรัฐมนตรี (รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ช่วงปี 2551 – 2554) ด้วยความสามารถของตนเอง
ในอดีตนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ใครสักคนจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะในพรรคประชาธิปัตย์นั้นถ้าไม่มีความสามารถจริงๆ ก็เป็นไปได้ยาก เพราะต้องมีการพิสูจน์ความสามารถ อย่างตนเองต้องใช้เวลาพิสูจน์ถึง 22 ปี จนสมาชิกพรรคเห็นว่าสามารถขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคได้ เขาเลือกเพราะเราไม่มีเงิน ไม่มีอิทธิพล ไม่มีอะไรที่อุปถัมภ์ค้ำชูให้เรา
ตนเองต้องพิสูจน์ความสามารถ ความซื่อตรง และความสุจริต นายอภิสิทธิ์และหลาย ๆ คนก็มาในแบบเดียวกัน ทั้งนายอภิสิทธิ์ที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี และนายสาทิตย์ที่เคยเป็นรัฐมนตรี ก็ได้พิสูจน์ความสามารถให้เราภาคภูมิใจ
“แต่การเมืองเปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย พูดง่าย ๆ คนซื้อเสียงชนะคนไม่ซื้อเสียงแพ้ เราไม่ต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในบ้านเมือง เราจึงต้องประกาศสู้ต่อไป เชื่อว่าพี่น้องชาวห้วยยอดและชาวไทยทั่วประเทศมีส่วนร่วมที่จะสกัดการเมืองที่ไม่สุจริต เพื่อให้การเมืองที่สุจริตได้เกิดขึ้น
ระบอบประชาธิปไตยของเราจะไปได้อย่างมั่นคงและประโยชน์ก็จะตกกับประชาชน มิฉะนั้นประโยชน์จะได้กับกลุ่มหนึ่งไม่มาถึงเรา เพราะฉะนั้นนี่คือเป็นสิ่งที่เป็นอุดมคติของนักการเมือง ตนก็เล่าให้ฟังเสมอว่าตนเป็นคนเดียวในรุ่นตัดสินใจเป็นนักการเมือง” นายชวนกล่าว
ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวชื่นชมนายสาทิตย์ว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ของ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้อย่างแม่นยำและรัดกุม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ระมัดระวังผิดพลาดไปเพียงนิดเดียวอาจจะถูกมองว่าไม่ชอบธรรม และผิดกฎหมายได้
การรวมตัวกันในครั้งนี้ ได้ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการรวมกลุ่มกันของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนสำคัญทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่มีจุดยืนตรงข้ามกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย