ให้เวลาอภิปราย นายกฯ ทั้งหมด 23 ชั่วโมง วิปรัฐบาลชี้ “ถอยมากกว่านี้ ก็ตกแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว”
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านแก้ไขญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยแก้ไขชื่อจาก “นายทักษิณ ชินวัตร” เป็น “บุคคลในครอบครัว ว่า
เรื่องนี้นั้น ถือเป็นดุลยพินิจของประธานสภาฯ (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทย ทางพรรคไม่มีข้อท้วงติงอะไรมาก และพร้อมที่จะอภิปราย แต่ยังเตือนว่าหากมีการอภิปรายอาจเกิดประเด็นเกี่ยวกับการกล่าวถึงบุคคลภายนอกขึ้นอีก ซึ่งอาจนำไปสู่การประท้วงได้ แต่ในที่สุดประธานสภาฯ น่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ให้อนุโลมเพื่อให้สามารถพูดคุยกันได้
ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยในฐานะ ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล กล่าวถึงกรอบเวลาในการอภิปรายฯ ว่าจะมีการนัดพูดคุยกันในวันที่ 19 มี.ค. และที่ผ่านมาทางพรรคเองก็ถอยให้มามากแล้ว เราให้เวลาฝ่ายค้าน 23 ชั่วโมง รัฐบาลขอแค่ 7 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าน้อยมาก ซึ่งเรื่องนี้จะมีการขอมตินอกที่ประชุมพรรคเพื่อไทยในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค. 2568)
ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าให้เวลาน้อยเกินไปหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ในสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน และอภิปรายรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น ใช้เวลา 3 วันเพื่อการอภิปรายรัฐมนตรี 11 คน แต่ในครั้งนี้ มีการอภิปรายนายกฯ เพียงคนเดียว ระยะเวลา 2 วันก็น่าจะพอแล้ว
ซึ่งทางเราได้ถามพรรคฝ่ายค้านแล้วว่าจะมีการอภิปรายใครบ้าง ฝ่ายค้านบอกว่าอภิปรายนายกฯ 95% ดังนั้น เพื่อไม่ให้ซ้ำไปมา ระยะเวลา 23 ชั่วโมง ก็ถือว่าเต็มที่แล้ว หากทุกคนรู้จักถอยเสียบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ตัวเองได้เพียงฝ่ายเดียว ก็จะคุยกันรู้เรื่อง
และเมื่อถามว่าจะไม่ถอยมากไปกว่านี้แล้วใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า “ถอยไม่ได้แล้วครับ ถอยไปมากกว่านี้ก็ตกแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว”
นายวิสุทธิ์ ยืนยันว่า กรอบเวลาในการอภิปรายจะต้องเสร็จสิ้นภายในวันพุธที่ 19 มี.ค. 2568 เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เตรียมตัวในการอภิปราย ซึ่งกรอบเวลานี้ ถือว่าฝ่ายค้านได้เวลาในการกล่าวหานายกฯ ไปมากพอแล้ว (23 ชั่วโมง)
ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลมีเวลา 7 ชั่วโมง ซึ่งนี่รวมระยะเวลาในการประท้วงด้วย ซึ่งนี่สร้างความยากลำบากให้กับฝ่ายรัฐบาลที่มีเวลาเพียงน้อยนิด คงถอยไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว