Articlesบทความนักเขียนส่อง America.gov กับนวัตกรรม AI ที่คืนเวลาให้ประชาชน วันนี้รัฐบาลที่ดีต้องเลิกบังคับให้ประชาชนวิ่งหาหน่วยงาน! พร้อมกางแผน DGA ยกระดับ ‘ทางรัฐ’ สู่ประตูบานเดียวที่พึ่งพาได้

ส่อง America.gov กับนวัตกรรม AI ที่คืนเวลาให้ประชาชน วันนี้รัฐบาลที่ดีต้องเลิกบังคับให้ประชาชนวิ่งหาหน่วยงาน! พร้อมกางแผน DGA ยกระดับ ‘ทางรัฐ’ สู่ประตูบานเดียวที่พึ่งพาได้

จาก ทางรัฐ ถึง America.gov : ภาครัฐที่ดี ต้องทำให้ประชาชนไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจเพื่อที่จะใช้บริการภาครัฐ

บทความโดย ผศ.ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

—

มีเว็บไซต์หนึ่งเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ใช้ชื่อธรรมดามากว่า America.gov หน้าแรกแทบไม่มีอะไรให้เรียนรู้ ไม่มีเมนูราชการยาว ๆ ให้เลือก ไม่มีคำถามว่าคุณต้องการติดต่อกระทรวงไหน กรมไหน หรือหน่วยงานอะไร สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือช่องให้ถาม แล้วมีประโยคสั้น ๆ ว่า Whatever you need from government, start here. ถ้าต้องการอะไรจากภาครัฐ เริ่มตรงนี้ได้เลย

ผมลองเข้าไปเล่นดูแล้ว สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมกลับไม่ใช่ว่าอเมริกาเอา AI มาใช้กับภาครัฐ เพราะวันนี้ใคร ๆ ก็ทำ AI ได้ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ เขากำลังพยายามทำให้ประชาชน ไม่ต้องเข้าใจภาครัฐ เพื่อที่จะใช้บริการภาครัฐ

ฟังดูแปลก แต่ลองคิดถึงชีวิตจริงของเราดูครับ ถ้าคนคนหนึ่งอยากรู้ว่าตัวเองมีสิทธิได้รับสวัสดิการอะไร ทำหนังสือเดินทางอย่างไร จะเกษียณแล้วต้องทำอะไรบ้าง หรือจะเริ่มธุรกิจต้องขอใบอนุญาตอะไร คำถามแรกที่ระบบราชการมักบังคับให้เราตอบโดยไม่รู้ตัวคือเรื่องนี้อยู่กับใคร เราต้องรู้ก่อนว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ ต้องเข้าเว็บไซต์ไหน ต้องกดเมนูไหน และบางครั้งต้องรู้ศัพท์ของราชการด้วยจึงจะค้นเจอ

ทั้งที่ในมุมของประชาชน เขาไม่ได้มีปัญหากับเรื่องของกระทรวงหรือกรม เขามีปัญหา เรื่อง “ลูกกำลังจะเกิด” “กำลังจะเกษียณ” “อยากเปิดร้าน” “ตกงาน” “น้ำท่วมบ้าน” หรือ “อยากรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไร” โครงสร้างราชการเป็นเรื่องของภาครัฐ แต่ที่ผ่านมาเรากลับทำให้ประชาชนต้องเรียนรู้โครงสร้างนั้นก่อนจึงจะได้รับบริการ

—

America.gov กำลังทดลองกลับวิธีคิดนี้ใหม่ วันที่ 29 กันยายน 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump ลงนาม Executive Order ให้ America.gov เป็น “Single point of entry” สำหรับข้อมูลและบริการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

โดยคำสั่งระบุปัญหาไว้น่าสนใจมากว่า ที่ผ่านมาประชาชนต้องเดินทางผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานจำนวนมาก ต้องทำความเข้าใจศัพท์ราชการ ต้องให้ข้อมูลเดิมซ้ำ และต้องพิสูจน์ตัวตนซ้ำกับรัฐบาลที่อาจมีข้อมูลเหล่านั้นอยู่แล้ว เป้าหมายจึงไม่ใช่สร้างเว็บไซต์ราชการเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเว็บ แต่สร้าง “ประตูหน้า” เพียงบานเดียวให้ประชาชนเริ่มต้นจากสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ

วันนี้ America.gov นำข้อมูลจากเว็บไซต์ภาครัฐมากกว่า 29,000 เว็บไซต์มาให้ AI ช่วยค้นและอธิบาย ประชาชนถามด้วยภาษาปกติได้ คำตอบอ้างอิงกลับไปยังแหล่งข้อมูลทางการ ใช้ได้โดยไม่ต้องสมัครบัญชี รองรับภาษาอังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส ใช้เสียงถามได้ และสามารถอัปโหลด PDF เพื่อให้ระบบช่วยอธิบายเอกสารราชการได้ด้วย

ที่น่าสนใจคือทีมออกแบบให้การลบข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทจาก PDF เกิดใน browser ก่อนส่งต่อ และนโยบายความเป็นส่วนตัวระบุว่าการสนทนาทั่วไปไม่ได้ถูกบันทึกเป็น chat history ของบัญชี

แต่สิ่งที่เราเห็นวันนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะ America.gov ยอมรับเองว่าตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าไปดูสถานะคำร้องของประชาชนหรือทำธุรกรรมแทนหน่วยงานเจ้าของเรื่องได้ หลายอย่างยังเป็นการค้นหา อธิบาย และพาไปยังบริการที่ถูกต้อง

ขั้นต่อไปต่างหากที่น่าจับตา เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ วางแผนเชื่อม Login.gov เข้ามาเป็นระบบยืนยันตัวตน และทยอยทำให้ประชาชนสามารถทำธุรกรรมผ่านจุดเดียว ตั้งแต่เรื่องหนังสือเดินทาง Medicare ไปจนถึงบริการอื่น โดยไม่ต้องถูกส่งกลับเข้าไปในเขาวงกตของเว็บไซต์ราชการอีกครั้ง (America.gov⁠)

—

ผมอ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกคุ้นมาก เพราะโจทย์เดียวกันนี้เราคุยกันอยู่ใน DGA และประเทศไทยมีของที่เดินอยู่ในทิศทางเดียวกันแล้ว นั่นคือ “ดีเด่น (Ask AI)” บนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

Ask AI ถูกพัฒนาให้เป็น Platform กลางสำหรับค้นหาข้อมูลภาครัฐด้วย AI ให้ประชาชนถามด้วยภาษาคน แทนที่จะต้องรู้ว่าข้อมูลนั้นอยู่ที่ไหน ระบบรองรับการสนทนาต่อเนื่อง มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูล และแนวทางของ DGA ไปไกลกว่าการทำ chatbot ตอบคำถาม เพราะแผนที่เราหารือกันวางภาพต่อไปถึง Personalized Service การเชื่อมข้อมูลสิทธิและสวัสดิการ การแจ้งเตือนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแต่ละคน รวมถึงการต่อยอด AI ไปช่วยตรวจสอบเอกสารและกระบวนการของภาครัฐด้วย

จุดนี้ทำให้ผมคิดว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในอเมริกาไม่ควรถูกอ่านด้วยความรู้สึกว่า “อเมริกาทำแล้ว ไทยต้องรีบตาม” เพราะในความเป็นจริง หลายองค์ประกอบที่ America.gov กำลังประกาศ ไทยเองก็เริ่มสร้างอยู่แล้ว

– เรามี “ทางรัฐ” เป็น Citizen Portal
– มี Digital ID
– มี Government Data Exchange หรือ GDX
– มี Document Wallet
– มี Notification Platform
– มี Payment Platform และ
– มี Ask AI

ถ้าเอาชิ้นส่วนเหล่านี้มาวางต่อกัน ภาพปลายทางของเราก็ไม่ต่างกันมากนัก นั่นคือประชาชนเข้ามาที่เดียว ยืนยันตัวตนครั้งเดียว บอกว่าต้องการอะไร ระบบเข้าใจว่าเขาเป็นใคร เชื่อมข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้ว แนะนำสิทธิ แจ้งเตือนสิ่งที่กำลังจะเกิด และในที่สุดทำธุรกรรมให้จบโดยไม่ต้องให้ประชาชนวิ่งไปตามหน่วยงานเอง นี่คือทิศทางที่ปรากฏอยู่ในแผนงาน DGA เช่นกัน

—

แต่ America.gov ทำให้ผมเห็นช่องว่างหนึ่งของเราชัดขึ้น และเป็นช่องว่างที่ไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถของ AI เลย นั่นคือ ความง่ายของการเริ่มต้น

America.gov เอาความสามารถนี้วางไว้บนเว็บ เปิด browser แล้วถามได้เลย ไม่ต้องรู้ว่า AI อยู่ตรงไหนของระบบ ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปก่อน ไม่ต้องสร้าง account เพื่อถามข้อมูลทั่วไป และที่สำคัญ เขาไม่ได้ขายประชาชนว่า นี่คือ AI ของรัฐบาล มากเท่ากับบอกว่า คุณมีเรื่องอะไรที่อยากได้คำตอบกับรัฐบาล

เค้าเริ่มจากตรงนี้ เทคโนโลยีที่ดูยุ่งยากจึงค่อย ๆ หายไปจากสายตา เหลือเพียงประสบการณ์ใช้งานในมุมประชาชน

ตรงนี้ผมคิดว่า Ask AI ของ DGA มีโอกาสเดินต่อได้อีกมาก ปัจจุบันคนจำนวนมากรู้จัก Ask AI ผ่าน “ทางรัฐ” ซึ่งมีข้อดีมหาศาลเมื่อเราต้องการเชื่อมตัวตน ข้อมูลเฉพาะบุคคล สิทธิ หรือธุรกรรมที่ต้องการความปลอดภัย

แต่สำหรับคำถามทั่วไป เช่น “เปิดร้านอาหารต้องขออนุญาตอะไร” “พ่ออายุ 65 ปีมีสิทธิอะไรบ้าง” หรือ “น้ำท่วมบ้านต้องขอเยียวยาที่ไหน” ผมคิดว่าเราควรถามตัวเองต่อว่า เหตุใดประชาชนจึงต้องรู้ก่อนว่าเครื่องมือนี้ซ่อนอยู่ที่ไหน

บางทีอนาคตของ Ask AI อาจต้องง่ายจนคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังใช้ Ask AI อยู่ เขาแค่เข้าเว็บแล้วถาม หรือค้น Google แล้วเจอคำตอบจากแหล่งข้อมูลของภาครัฐ หรือเข้าทางรัฐแล้วถามต่อได้ทันที หรือวันหนึ่งอาจถามจากช่องทางอื่นที่เขาใช้อยู่เป็นประจำ

ประชาชนไม่ควรต้องเรียนรู้ “ช่องทางของภาครัฐ” ทุกครั้งที่ภาครัฐสร้างของใหม่ ภาครัฐต่างหากที่ควรเรียนรู้ว่าประชาชนอยู่ตรงไหน

นี่อาจเป็นบทเรียนที่สำคัญกว่าเรื่อง AI เสียอีก

—

อีกเรื่องหนึ่งที่ America.gov ทำได้น่าสนใจคือ “การสื่อสาร”

เขาไม่ได้เปิดตัวมันเหมือนโครงการ IT ของภาครัฐ ไม่มีการเอาสถาปัตยกรรมระบบขึ้นมาเป็นพระเอก แต่พูดถึงเวลาของประชาชน

National Design Studio ซึ่งเป็นทีมที่สร้างประสบการณ์ของ America.gov ถึงกับตั้งโจทย์ว่า ชาวอเมริกันเสียเวลามากกว่า 10,000 ล้านชั่วโมงต่อปีไปกับการค้นหา รอ กรอกข้อมูลซ้ำ เริ่มใหม่ และจัดการกับภาครัฐ เป้าหมายที่ทีมพูดถึงจึงไม่ใช่จำนวน API หรือจำนวนระบบที่เชื่อมต่อ แต่คือการ “คืนเวลา” ให้ประชาชน (National Design Studio⁠)

ผมชอบวิธีคิดนี้มาก เพราะคนทั่วไปไม่ได้ตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วอยากรู้ว่า Government Data Exchange เชื่อมข้อมูลได้กี่ชุด หรือ AI ใช้โมเดลอะไร

เขาอยากรู้เพียงว่าเรื่องที่เคยใช้ 3 วัน วันนี้ทำ3 นาทีได้ไหม เอกสารที่เคยยื่น 5 ครั้ง วันนี้ไม่ต้องยื่นอีกได้หรือยัง และเรื่องที่ภาครัฐรู้อยู่แล้ว จะถามเขาซ้ำอีกหรือเปล่า

รัฐบาลดิจิทัลจึงอาจต้องเปลี่ยนภาษาที่ใช้คุยกับประชาชน จากภาษาของภาครัฐ มาเป็นภาษาของ ประชาชน ที่เค้าจะได้เวลาที่ได้คืนมาจากขั้นตอนที่ยุ่งยาก

—

อีกด้านหนึ่ง America.gov ก็เพิ่งเปิดตัวและยังมีคำถามที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะความถูกต้องและธรรมาภิบาลของคำตอบจาก AI

เว็บไซต์เองเตือนชัดว่า AI สามารถตอบผิด ไม่ครบ หรือข้อมูลล้าสมัยได้ และให้ผู้ใช้ตรวจสอบแหล่งอ้างอิงก่อนนำคำตอบสำคัญไปใช้

ที่น่าสนใจคือหลังเปิดตัวไม่นาน ระบบกลายเป็นข่าวจากการตอบคำถามทางการเมืองบางเรื่องไม่สอดคล้องกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Trump ก่อนที่บางคำถามจะถูกจำกัดในเวลาต่อมา

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้แนวคิด America.gov หมดความน่าสนใจ แต่กลับทำให้เห็นโจทย์ที่รัฐบาลทุกประเทศ รวมถึงไทย ต้องคิดล่วงหน้าให้หนักกว่าเดิมว่า เมื่อ AI กลายเป็น “เสียง” ที่ประชาชนใช้ถามภาครัฐ ใครเป็นผู้กำหนดขอบเขตของคำตอบ แหล่งข้อมูลใดถือเป็น authoritative source ระบบจัดการข้อมูลที่ขัดกันอย่างไร และประชาชนตรวจสอบได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับผม AI Government จึงไม่ได้วัดกันที่ใครมี chatbot ก่อนกันอีกแล้ว ของที่ยากจริงกำลังเริ่มหลังจาก chatbot ตอบคำถามได้ต่างหาก นั่นคือการทำให้ข้อมูลของภาครัฐเชื่อมถึงกัน การพิสูจน์ว่าแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ การออกแบบ privacy และ security การสร้าง governance ที่ชัดเจน

วันนี้เราถาม AI ว่า “ผมมีสิทธิอะไรบ้าง” วันหนึ่งคำตอบไม่ควรจบแค่ข้อความว่าเรามีสิทธิอะไร แต่ระบบควรพาเราไปใช้สิทธินั้นได้เลย หากข้อมูลของภาครัฐยืนยันได้ว่าเราเข้าเกณฑ์ บางสิทธิอาจไม่จำเป็นต้องรอให้เราถามด้วยซ้ำ ระบบอาจแจ้งเราก่อนว่า คุณมีสิทธินี้ และกำลังจะหมดเขตในอีก 7 วัน

จาก Ask AI จึงขยับไปสู่ Know Me จาก Know Me ไปสู่ Notify Me และจาก Notify Me ไปสู่ Do It for Me นั่นต่างหากคือจุดที่ AI เริ่มเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับภาครัฐจริง ๆ

ผมจึงมอง America.gov ด้วยความรู้สึกที่ต่างจากการเห็นเทคโนโลยีใหม่จากต่างประเทศทั่วไป เพราะครั้งนี้สิ่งที่น่าสนใจคือเราไม่ได้ยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้น ประเทศไทยมีหลายชิ้นส่วนอยู่ในมือแล้ว และ Ask AI ของ DGA ก็เดินมาบนแนวคิดที่ใกล้เคียงกันมาก

สิ่งที่เราควรทำต่ออาจไม่ใช่สร้าง AI อีกตัว แต่คือทำให้สิ่งที่สร้างแล้ว “ออกมาพบประชาชน” ให้มากที่สุด ทำ Ask AI ให้เข้าผ่านเว็บได้ง่าย ทำให้คำตอบจากภาครัฐถูกค้นพบจากช่องทางที่คนใช้อยู่แล้ว เชื่อม Ask AI เข้ากับข้อมูลและบริการจริง และออกแบบประสบการณ์ให้คนไม่ต้องเข้าใจเลยว่าเบื้องหลังมี DGA มี GDX มี API มีกี่หน่วยงาน หรือมีระบบอะไรทำงานอยู่บ้าง

—

เพราะถ้าประชาชนยังต้องรู้ก่อนว่าเรื่องของตัวเองอยู่กระทรวงไหน กรมไหน เว็บไซต์ไหน แอปไหน หรือเมนูไหน ต่อให้เราเอา AI ที่เก่งที่สุดในโลกมาติดไว้ข้างใน ระบบราชการเดิมก็ยังอยู่ เพียงแต่มี AI เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น

คำถามหลังจากเห็น America.gov จึงไม่ใช่ว่า “อเมริกาทำได้ ไทยทำได้หรือยัง”

คำถามที่ควรถามมากกว่านั้น คือ วันหนึ่งเราจะทำให้คนไทยเปิดหน้าจอขึ้นมาแล้วพิมพ์เพียงว่า “ผมต้องทำอะไร” จากนั้นภาครัฐที่อยู่ข้างหลังทั้งหมดช่วยกันจัดการส่วนที่เหลือให้เขาได้หรือไม่

ชื่อ “ทางรัฐ” ที่เราใช้กันอยู่จึงมีความหมายมากกว่าชื่อแอป เพราะปลายทางที่ดีของรัฐบาลดิจิทัล อาจเป็นวันที่ประชาชนมี “ทาง” เดียวสำหรับเริ่มต้น โดยไม่จำเป็นต้องรู้เลยว่า หลังประตูบานนั้นมี “รัฐ” กี่หน่วยงานกำลังทำงานให้เขาอยู่

#TheStructure
#TheStructureNews
#สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล #ทางรัฐ #รัฐบาลดิจิทัล

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า