Newsการเมืองคลั่งเจ้าฝรั่งเศส ยุคแห่งความสยดสยองสีขาว ศ.ไชยันต์ เผยประวัติศาสตร์ความรุนแรงของขวาจัดฝรั่งเศส ที่ไม่ต่างจากความรุนแรงในช่วงฝ่ายซ้ายจัดปกครอง | The Structure

คลั่งเจ้าฝรั่งเศส ยุคแห่งความสยดสยองสีขาว ศ.ไชยันต์ เผยประวัติศาสตร์ความรุนแรงของขวาจัดฝรั่งเศส ที่ไม่ต่างจากความรุนแรงในช่วงฝ่ายซ้ายจัดปกครอง | The Structure

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความกล่าวถึงประวัติศาสตร์การเมืองของฝรั่งเศส โดยมีข้อความว่า

 

“ความสยดสยองขาว (the White Terror) ในการเมืองฝรั่งเศส ค.ศ. 1815

หลังจากที่ฝรั่งเศสเข้าสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1791 และทั้งสถาบันกษัตริย์และรัฐธรรมนูญของระบอบดังกล่าวได้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1792 จากนั้นฝรั่งเศสได้เข้าสู่ระบอบสาธารณรัฐและต่อด้วยระบอบสาธารณรัฐแบบจักรวรรดิภายใต้ผู้นำอย่างนโปเลียน

แต่หลังจากนโปเลียนพ่ายแพ้สงครามต่อกองทัพของชาติต่างๆในยุโรปที่รวมตัวกันเพื่อจัดการกับฝรั่งเศสและระบอบสาธารณรัฐแบบฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1814 อังกฤษได้เข้ามามีบทบาทให้ฝรั่งเศสรื้อฟื้นสถาบันกษัตริย์ และสถาปนาระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญกลับคืนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ในช่วงรอยต่อนั้นเอง ที่เกิดเหตุการณ์ที่เรียกขานกันในนามของ ความสยดสยองขาว (the White Terror)

ทำไมความสยดสยองต้องสีขาว ?

สีขาวนี้มาจากสีธงที่เป็นสัญลักษณ์ของพวกบูร์บองที่พวกอัลตร้า-รอยัลลิสต์ (Ultra-royalists) หรือพวกคลั่งเจ้าใช้เป็นสัญลักษณ์ของพวกตน

พวกคลั่งเจ้าได้พากันออกมาใช้ความรุนแรง อันเป็นความรุนแรงที่ไม่ต่างจากที่พวกคลั่งล้มเจ้ากระทำในช่วงทศวรรษ 1790 ที่มีคนจำนวนมากถูกฆ่าตาย คนนับพันบาดเจ็บ ถูกทรมาน คุมขังและต้องลี้ภัยออกไป

พวกคลั่งเจ้าฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1815 ทำให้มีคนตาย 50 คน บาดเจ็บ 200 ร้านรวงและบ้านถูกเผาจำนวน 80 หลังคาเรือน แม้กระทั่งผู้บัญชาการกองกำลังแห่งชาติท้องถิ่นที่เป็นพวกรอยัลลิสต์แต่ไม่คลั่งเจ้าพอ ก็ถูกฆ่าตายไปด้วย

 

พวกคลั่งเจ้าเห็นว่า ในภาวะการณ์เช่นนั้น การยอมรับสถาบันกษัตริย์เฉยๆ นั้นไม่เพียงพอ แต่จะต้องสนับสนุนเจ้าอย่างเข้มข้นเท่านั้น มิเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเป็นรอยัลลิสต์แบบกลางๆ

 

พวกคลั่งเจ้ามีความคลั่ง ขนาดตั้งข้อสงสัยแม้กระทั่งตัวพระเจ้าหลุยส์ที่สิบแปดที่ขึ้นมาเป็นกษัตริย์ในระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เพิ่งฟื้นฟูกลับมาในปี ค.ศ. 1814 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน (Chamber of Deputies) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1815 กว่าร้อยละ 90 ที่ได้รับเลือกเป็นคลั่งเจ้า (350 ในทั้งหมด 402 ที่นั่ง)

 

พระเจ้าหลุยส์ที่สิบแปดทรงเรียกสภานี้ ด้วยความกระอักกระอ่วนว่า สภาที่ไม่มีใครต้องการ (chambre introvouvable) ด้วยพระองค์ทรงเล็งเห็นว่าสภาที่ประกอบไปด้วยสมาชิกส่วนใหญ่ที่คลั่งเจ้านี้น่าจะยากที่จะเกิดการประสานความร่วมมือในชาติได้

 

สภาผู้แทนชุดคลั่งเจ้านี้ได้ประกาศห้ามใช้ธงสามสีของฝรั่งเศสที่ใช้ในช่วงปฏิวัติ (tricolored flag)  สมาชิกสภาคลั่งเจ้าบางคนเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตผู้ใดก็ตามที่มีธงของพวกปฏิวัติไว้ในครอบครอง

 

สภาคลั่งเจ้ายังได้ตรากฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและสามารถจับกุมใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาว่าลอบวางแผนหรือตีพิมพ์เอกสารปลุกปั่น

 

มีการปลดข้าราชการจำนวน 80,000 คน คิดเป็นหนึ่งในสามของข้าราชการทั้งหมด และลดตำแหน่งนายทหารลงจำนวน 15,000 นาย ลดจำนวนทหารในกองทัพลงเหลือเพียงหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมดหนึ่งล้านนาย และไล่สมาชิกสภาสูง (the Chamber of Peers) ที่สนับสนุนการรื้อฟื้นระบอบสาธารณรัฐออก 29 คน และมีการจับกุมผู้คนในข้อหาทางการเมือง 70,000 คน

 

มีการตั้งศาลพิเศษ (cours prevolates) ขึ้นเพื่อพิจารณาคดีกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในช่วงดังกล่าว

 

ศาลทหารตัดสินลงโทษอย่างรุนแรง มีการจับกุมนายทหารระดับนายพล 54 นาย และมีการตัดสินประหารชีวิต ส่งผลให้สาธารณชนส่งเสียงคัดค้าน ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวนี้ พระเจ้าหลุยส์ที่สิบแปดเองก็ทรงพยายามที่จะไม่ให้เกิดขึ้น

 

เหตุที่ทหารต้องถูกปลด ลดตำแหน่ง ไล่ออก และถูกประหารชีวิต  เพราะทหารส่วนใหญ่สนับสนุนนโปเลียนและระบอบสาธารณรัฐแบบจักรวรรดิของฝรั่งเศส”

 

#TheStructure

#TheStructureNews

#ฝรั่งเศส #คลั่งเจ้า #ไชยันต์ไชยพร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า