ร้องตรวจสอบต่างด้าว หากินผิดกฎหมายประเทศไทย เครือข่ายประชาชนเข้ายื่นเรื่องต่อ กมธ.กฎหมาย จี้ตรวจสอบ พบทำผิดในหลายกรณี
เครือข่ายภาคประชาชน ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและมนุษยชน เพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายที่เอื้ออํานวยให้ต่างด้าวใช้ช่องโหว่เข้ามากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยทางกลุ่มพบว่าในปัจจุบัน มีแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะชาวเมียนมา ลาว และกัมพูชา เข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และได้เข้ามาประกอบอาชีพที่สงวนไว้เฉพาะกับคนไทย
แรงงานต่างด้าวเหล่านี้ จำนวนหนึ่งใช้ชื่อคนไทยเป็นนายจ้าง เพื่อการขึ้นทะเบียนนายจ้าง แต่มิได้ประกอบอาชีพตามที่ระบุไว้ในทะเบียนของกรมแรงงาน แต่ลักลอบประกอบอาชีพสงวน เช่น ขายของออนไลน์ เปิดแผงขายของ เปิดร้านตัดผม หรือแม้กระทั่งขายฉลากกินแบ่งรัฐบาล
โดยมีตัวอย่างร้านขายข้าวแกงบุฟเฟต์ที่สวนลุมพินี ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีชื่อคนไทยเป็นนายจ้าง แต่กลับพบว่าชื่อบัญชีรับโอนเงินนั้น เป็นชื่อบัญชีของชาวกัมพูชา ไม่ใช่ชื่อคนไทย ทำให้ยากต่อการตรวจสอบว่าเป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย หรือไม่
จึงควรที่จะมีมาตรการเพิกถอนสิทธิการเป็นนายจ้างของคนไทยที่ให้การรับรองแรงงานต่างด้าว ที่ตรวจสอบจนพบว่าเป็นรับสมอ้างว่านายจ้างบังหน้าให้แก่แรงงานต่างด้าวเหล่านี้ เพราะถือว่าขาดความน่าเชื่อถือ และมีโอกาสกระทำความผิดซ้ำซาก
นอกจากนี้ แรงงานต่างด้าวเหล่านี้ สมควรที่จะถูกยึดอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพสงวนสำหรับคนไทย เพื่อป้องกันการนำมาใช้กระทำความผิดซ้ำ อีกทั้งยังสมควรที่จะถูกปรับเงินเป็นจำนวน 10 เท่าของภาษีที่ต้องจ่ายเข้ารัฐ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีการเสียภาษีเงินได้อย่างถูกต้องมาแต่ต้น เพื่อให้แรงงานต่างด้าวเหล่านั้น ไม่คิดจะเสี่ยงที่จะกระทำผิดกฎหมายไทย
เครือข่ายฯ ยังร้องเรียนด้วยว่า ในปัจจุบัน มีคนไทยที่รับจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ เพื่อให้ชาวต่างชาติเหล่านั้นสามารถยื่นขอสัญชาติไทยได้ และเมื่อได้สัญชาติแล้ว ก็จะมีการนำคู่สมรสเดิม และบุตรเข้ามาพำนักในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย อีกทั้งยังมีการโพสต์เชิญชวนให้เข้ามาอยู่ในขบวนการขอสัญชาติไทยในโซเชียลมีเดียกันอย่างโจ่งครึ่มอีกด้วย
นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ไม่เห็นด้วยกับการให้สัญชาติต่อลูกของชาวต่างด้าวที่มาเกิดในประเทศไทย ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคที่ 2 เนื่องจากเด็กเหล่านี้ เมื่อได้สัญชาติไปแล้ว ก็อาจนำพาพ่อแม่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย อีกยังเห็นว่าอาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งด้านเชื้อชาติ สร้างปัญหาความมั่นคงภายในประเทศขึ้นได้อีกด้วย
เครือข่ายฯ ยังเห็นว่าการออกนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ให้แก่เด็กที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการใช้เงินภาษีของคนไทย รัฐควรนำเงินภาษีเหล่านั้นไปช่วยเหลือคนไทยให้ได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ก่อนมากกว่า ส่วนเด็กต่างด้าว เพียงพิจารณาค่าเล่าเรียนในระดับที่เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว
นอกจากนี้ การออกนโยบายฟรีวีซ่าให้แก่เมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งไม่ได้มีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศเหล่านี้มาก อาจจะเป็นช่องโหว่ให้เกิดการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายได้อีกด้วย
ด้านนายกมลศักดิ์กล่าวว่าตนเองกำลังสนใจที่จะแก้ไขกฎหมายดังกล่าวอยู่พอดี กำลังจะยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งอาจมีการเชิญเครือข่ายฯ เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม