คลังจ่อชง ครม. เคาะเยียวยาด่วน! อัดฉีดบัตรคนจน ดันสินเชื่อเกษตรกร พร้อมเล็งคลอด ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ และดันโซลาร์ลูฟท็อป หวังสกัดวิกฤตภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (Stagflation)
รมว.คลัง เตรียมชงมาตรการเยียวยาเร่งด่วนเข้า ครม. 11 เม.ย. นี้ อัดฉีดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท สินเชื่อคนละครึ่งช่วยเกษตรกร พร้อมสั่งคลัง-สรรพสามิต เร่งปั้นโมเดล “รถเก่าแลกรถใหม่” หนุน EV-ไฮบริด และดันแผงโซลาร์เซลล์สู้ค่าไฟ เผยเตรียมออก พ.ร.บ. โอนงบฯ ดึงเงินแสนล้านที่ยังไม่ผูกพันมากระตุ้นเศรษฐกิจ ยอมรับเป้า GDP ปีนี้ไม่ถึง 2.7% สั่ง สศค. ประเมินใหม่ หวั่นวิกฤตซ้อนวิกฤต
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เมษายน 2569 โดยมุ่งเป้าเยียวยาเฉพาะกลุ่มเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างตรงจุด
▪️การดำเนินงานจะแบ่งความรับผิดชอบใน 3 กระทรวงหลัก ได้แก่
▪️กระทรวงคมนาคม: ดูแลกลุ่มภาคการขนส่ง
▪️กระทรวงพาณิชย์: ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย”
กระทรวงการคลัง: เตรียมเติมเงินเข้า “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เพิ่มคนละ 100 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน (ใช้งบประมาณราว 1,300 ล้านบาท) ควบคู่กับมาตรการจูงใจให้กลุ่มประมงหันมาใช้น้ำมันดีเซล B20 และ B40 รวมถึงการปล่อย “สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง” สำหรับกลุ่มเกษตรกร
“สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในขณะนี้กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนักจากวิกฤติสงครามที่ลุกลามสู่วิกฤติพลังงาน แรงกดดันด้านต้นทุนราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นอาจนำพาเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะงักงัน หรือ Stagflation รัฐบาลจึงต้องเร่งสกัดกั้นปัญหาไม่ให้ลุกลาม” นายเอกนิติ ระบุ
🔴 เล็งคลอดโมเดล ‘รถเก่าแลก EV’ – ดันโซลาร์เซลล์สู้ค่าไฟ
นอกจากมาตรการระยะสั้นแล้ว กระทรวงการคลังยังมองถึงการปรับโครงสร้างเพื่อความยั่งยืนด้านพลังงาน โดยเตรียมผลักดัน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่:
1. โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ (มุ่งเป้าคาร์บอนต่ำ):
ขณะนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิต เร่งออกแบบรายละเอียดนโยบาย เบื้องต้นสิทธิประโยชน์จะไม่จำกัดเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% แต่จะครอบคลุมถึงรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศด้วย
2. โครงการสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop):
เพื่อจูงใจให้ภาคประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนให้รัฐ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตระหนักดีว่าจำเป็นต้องลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสายส่งเพื่อรองรับปริมาณไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น
🔴 นายเอกนิติ ทิ้งท้ายถึงความจำเป็นในการเร่งออกมาตรการเยียวยาในห้วงเวลานี้ว่า
“วันนี้ต้องยอมรับวิกฤติสงครามได้สร้างผลกระทบที่ลุกลามไปทั่วโลก สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ลดผลกระทบช่วยประชาชนเป็นกลุ่มๆ ก่อน ถ้าไม่เยียวยา ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้ พร้อมหามาตรการมาจูงใจให้คนไทยหันมาใช้พลังงานสะอาด ส่งเสริมการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้าน แล้วขายไฟคืนให้กับรัฐ นอกจากจะมีรายได้จุนเจือครอบครัวแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนด้วย แต่ภาครัฐ ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งรองรับ การส่งเสริมให้ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เป็นต้น”
🔴 เล็งหั่นงบฯ ที่ยังไม่ผูกพัน โกยแสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจ
เพื่อเป็นการหาเม็ดเงินมารองรับมาตรการต่างๆ นายเอกนิติ เผยว่า รัฐบาลเตรียมเกลี่ยงบประมาณของรัฐในส่วนที่ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ (ขยายจากเดิมที่กำหนดไว้สิ้นเดือนมีนาคม) เพื่อนำงบดังกล่าวมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยจะดำเนินการผ่านการออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งคาดว่าจะได้เม็ดเงินคืนมาราว 100,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ รมว.คลัง ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องการจัดเก็บรายได้ในปีนี้ที่อาจ “หลุดเป้า” เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากผลกระทบของสงครามและวิกฤตพลังงาน รวมถึงความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นประเทศไทยต้องรีบปรับตัว โดยในส่วนของภาครัฐจะนำร่องจากการตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน
🔴 สศค. จ่อหั่นเป้า GDP ปี 69 – เร่งเครื่องลงทุนรัฐและเอกชน
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ นายเอกนิติ ระบุว่า การประเมิน GDP ในปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูงมากจากปัจจัยสงครามและวิกฤตน้ำมันที่ยังไม่ยุติ จากเดิมที่กระทรวงการคลังเคยคาดการณ์ว่า GDP จะโตได้ถึง 2.7% แต่จากสถานการณ์ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังอยู่ระหว่างการประเมินตัวเลขใหม่
อย่างไรก็ดี รัฐบาลจะพยายามประคองเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัวไปมากกว่านี้ โดยเน้นให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเยียวยาเฉพาะกลุ่ม จากนั้นจะเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และผลักดันให้เกิดการลงทุนใหม่ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพราะการลงทุนภายในประเทศจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
#TheStructure
#TheStructureNews
#ราคาน้ำมัน #เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #พรรคภูมิใจไทย