ยุคเปลี่ยน นโยบายเปลี่ยน FBI ปิดสำนักงานความหลากหลาย ด้านทรัมป์สั่งให้เก็บบันทึกไว้เพื่อตรวจสอบในอนาคตด้วย
สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ (FBI) เปิดเผยกับ Fox News เมื่อวันพฤหัสบดี (16 ม.ค.) ว่าได้ปิดสำนักงานความหลากหลายและความเท่าเทียม (Office of Diversity and Inclusion: ODI) ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งให้เก็บรักษาบันทึก เอกสาร และข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับสำนักงานไว้เพื่อการตรวจสอบในอนาคต
“ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา FBI ได้ดำเนินการปิดสำนักงานความหลากหลายและความเท่าเทียม (ODI) โดยมีผลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024”
FBI ไม่ได้ระบุเหตุผลที่ชัดเจนในการปิดสำนักงาน แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ ทรัมป์ ซึ่งเคยให้คำมั่นว่าจะยุบโครงการที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยก (DEI) ของรัฐบาลกลาง, ยกเลิกข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และปลดเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุ่มเทให้กับการดำเนินนโยบายด้าน DEI จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ม.ค.
ด้าน ทรัมป์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปิดสำนักงานดังกล่าว ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า “เราเรียกร้องให้ FBI เก็บรักษาบันทึก เอกสาร และข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับสำนักงาน DEI ที่ไม่ควรจะเปิดตั้งแต่แรก และควรปิดไปตั้งนานแล้ว ทำไมพวกเขาถึงปิดสำนักงานเพียงไม่กี่วันก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง เหตุผลก็คือ คอร์รัปชั่น!”
การตัดสินใจของ FBI เกิดขึ้นหลังจากที่วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันวิพากษ์วิจารณ์ว่าการมุ่งเน้นความสนใจไปที่เรื่อง DEI ของ FBI ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และเกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงในระดับชาติเกี่ยวกับบทบาทของโครงการ DEI ในภาครัฐและภาคเอกชน โดยนักวิจารณ์โต้แย้งว่าโครงการดังกล่าวเบี่ยงเบนไปจากภารกิจหลักและลดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ระหว่างการหาเสียง ทรัมป์ ได้ให้คำมั่นว่าจะต่อสู้กับสิ่งที่ผู้สนับสนุนของเขา รวมถึงเจ้าพ่อเทคโนโลยีอย่าง อีลอน มัสก์ เรียกว่า “ไวรัสตื่นรู้” นับตั้งแต่ที่ทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง บริษัทต่างๆ ของสหรัฐฯ หลายแห่ง รวมถึง Meta, Amazon, McDonald’s, Ford และ Walmart ได้ทยอยยกเลิกนโยบาย DEI ของตน
ทั้งนี้ สำนักงานความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของ FBI ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 ในสมัยรัฐบาลโอบามา โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมโปรแกรมความหลากหลาย