จับโป๊ะอวตารการเมือง ปั่นคนไทยเกลียดชังกัน พบปั่นกระแสตามเพจการเมือง เพจเหยียดคนอีสาน เหยียดคนขับกระบะ เหยียดราชภัฎและอิสลาม
ในช่วงวันสองวันที่ผ่านมามีกระแสในโลกโซเชียล จากโพสต์หนึ่งที่มีข้อความระบุว่า น้องชายไม่ผ่านการฝกงานเนื่องจากชอบใส่เสื้อสีส้ม ทาง HR จึงดูแล้วว่าเข้าข่ายชังชาติ ล้มล้างการปกครอง ฯลฯ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง จนมีเพจการ์ตูนการเมืองเช่น คนกลมคนเหลี่ยม [1] หรืออินฟลูเอนเซอร์ดังอย่าง หมอแล็บแพนด้า [2] และอีกหลายเพจหยิบเอาไปแชร์ต่อ
เมื่อทำการสืบค้นพบว่า ผู้โพสต์ข้อความภาพแชทดังกล่าวใช้ชื่อว่า Ployly Pornprapha Linlaphat เมื่อเข้าไปดูโปรไฟล์จึงพบว่าเป็น “ไอดีอวตาร” หรือ “แอคหลุม” ซึ่งไม่มีตัวตนจริง โดยเจ้าของเพจนำรูป “สาวเวียดนาม” คนหนึ่งมาใช้เป็นภาพแทนตัวเอง [3]
และเมื่อสืบค้นการโพสต์เก่าๆ ก็พบว่า มีการใช้ไอดีนี้ไปปั่นกระแสความเกลียดชัง ล้อเลียน บูลลี่ ตามกลุ่มการเมือง กลุ่มเหยียดคนอีสาน เหยียดคนขับรถกระบะ เหยียดคนจบราชภัฎ เหยียดศาสนาอิสลาม ฯ อีกทั้งไอดีดังกล่าวยังเป็นแอดมินของกลุ่ม ‘คนไทยไม่เอาข้นอีสาน’ ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มอยู่ราว 3 หมื่นคน [4] ตัวอย่างการโพสต์ปั่นมีดังนี้
– วันที่ 20 พ.ย.2564 ไอดีดังกล่าวได้โพสต์ในกลุ่ม “ไม่ควายจริงเป็นสลิ่มไม่ได้ v’2” ข้อความว่า “เศรษฐกิจไม่ดีทั่วโลก…สามกีบใช้เวลาว่างโทษรัฐบาลมากกว่าดิ้นรน แล้วก็ก่นด่าคนอื่นโดยไม่ได้ทำให้ตัวเองดีขึ้น สลิ่มใช้เวลาว่างวิเคราะห์หนทางทำมาหากินไม่โทษใคร และอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ ฝากไว้ให้สำนึก” [5]
– วันที่ 20 พ.ย.2564 โพสต์ในกลุ่ม ‘ไม่ควายจริงเป็นสลิ่มไม่ได้ v.2’ โพสต์ว่า “ม็อบสามกีบบอกน้ำมันแพง? เขาไม่ได้บังคับให้ใช้รถซะหน่อยไม่พอใจก็เลิกขับสิคะถือว่าประหยัดน้ำมันพอไม่ใช้น้ำมันก็ไม่เสียตังค์ เรื่องง่ายแบบนี้คิดกันไม่ได้ หรืออีกทางนึงเริ่มที่ตัวเองก่อนเลยค่ะ…” [6]
– วันที่ 2 ธ.ค. 2564 โพสต์ลงกลุ่ม ‘รถคอก หางานวิ่งงาน’ ซึ่งเป็นกลุ่มเหยียดคนขับรถกระบะ ระบุว่า “ทำไมต้องแซะเรื่องคนขับรถคอกดูดม้าคะ? ยอมรับค่ะว่าส่วนใหญ่ก็ดูดจริงๆแหละ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะรถวิ่งสั้นๆเขาก็ไม่ได้ดูด อย่าเหมารวมเลยค่ะ
แถมเรื่องดูดม้าเนี่ยพวกไรเดอร์ส่งอาหาร พวกรถตู้วินดูดมากกว่าอีกค่ะ อย่าโจมตีกันเลย” [7]
– วันที่ 14 มี.ค. 2565 โพสต์ลงกลุ่ม ‘คนไทยไม่เอาข้นอีสาน’ ว่า “แอดมินขอห้ามไม่ให้มีการเหยียดคนอีสานนะคะ ถ้าเจอคือแบน แต่แอดมิน 6คนจะดูแลสมาชิก3หมื่นกว่าคนมันก็ยาก ขอความร่วมมือทุกคนด้วยค่ะ ถ้าไม่อยากให้มีการเหยียดอีสาน ก่อนอื่นก็ต้องเลิกทำนิสัยแบบอิสานด้วย แล้วพวกเหยียดก็จะเลิกเหยียดกันไปเอง พวกนี้ยิ่งด่าเขาก็ยิ่งเหยียด ขอความร่วมมือทุกคนนะคะ #เลิกทำนิสัยอิสานแล้วจะไม่มีใครเหยียดคนอิสาน” [8]
– วันที่ 6 เม.ย. 2565 โพสต์ลงกลุ่ม ‘คนไทยไม่เอาข้นอีสาน’ ว่า “เอาเวลาไร้สาระบนโซเชียลไปตั้งใจเรียนกันบ้างนะ จบ ม.ปลาย จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยดีๆ ไม่ต้องไปนั่งเรียนราชภัฎ เรียนราชมงคลให้คนเขาเหยียด” [9]
– วันที่ 15 พ.ค. 2565 โพสต์ลงกลุ่ม ‘คนไทยไม่เอาข้นอีสาน’ ว่า “ถ้ากุเจอโพสชังชาติ กุลบบล๊อกสถานเดียวนะ ที่นี่ไม่มีประชาธิปไตยจำไว้ มึงอวยลุงตู่ได้เท่านั้น ที่ผ่านมาถือว่ากุปล่อยผ่าน แต่จากนี้เด๋วรู้กัน กุต้อนรับแต่คนรักชาติรักสถาบัน” [10]
– วันที่ 18 พ.ย. 2566 โพสต์ลงกลุ่ม ‘สื่อ วิญญาฯ องค์เทพ สัมผัสที่6 ดูวง’ ว่า “ไม่ดราม่านะคะเราแค่ฝัน เราเป็นคนพุทธแท้ๆ แต่เมื่อคืนเราฝันว่าเราได้พบพระอัลเลาะห์ ท่านบอกเราว่าขอให้ทำบุญตักบาตรไปให้ท่าน ตื่นมาเราได้แต่งง???
ควรทำอย่างไรดี” [11]
จากตัวอย่างทั้งหมด ทำให้เราเห็นว่านี่อาจจะเป็นอีกครั้งหนึ่งของการใช้ไอดีปลอม อวตาร แอคหลุม มาปั่นความเกลียดชังระหว่างคนไทยด้วยกัน และเป็นที่น่าสังเกตว่าอาจมีขบวนการปั่นกระแสว่ามีการเหยียด มีการบูลลี่กัน เพื่อปั่นให้คนทะเลาะกัน และจะได้ฉกฉวยโอกาส สร้างวีรบุรุษให้คนบางกลุ่มทำทีเข้ามาเป็นผู้ปลดปล่อยสังคมไทยจากเรื่องเหล่านี้หรือไม่?
เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไม่ใช่เกิดครั้งแรก แต่ระหว่างความขัดแย้งทางการเมืองตลอดหลายปีมานี้ มีเพจลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่น้อย เช่น เพจ ‘คุณหญิงแม่’ ที่เคลื่อนไหวในช่วงปี 60-61 โดยนำเอาภาพดาราหญิงคนหนึ่งมาทำเป็นว่าเจ้าของเพจเป็นคนกรุงเทพและชนชั้นสูง จากนั้นก็มีการโพสต์เหยียดคนอีสาน อาหารอีสาน รวมถึงการแซะเสียดสีสถาบันกษัตริย์แบบเนียนๆ ไปหลายครั้ง [12]
ซึ่งในเวลานั้นคนไทยในโซเชียลยังไม่ค่อยรู้เท่าทันเหลี่ยมของการปั่น จนทำให้เกิดกระแสความเกลียดชังและด่าทอกันไปมาหลายพันคอมเมนต์ ก่อนที่ภายหลังเพจดังกล่าวจะปิดตัวลง และสร้างความร้าวฉานและแตกแยกเกลียดชังให้กับคนไทย
แต่วันนี้สังคมไทยในโลกโซเชียลมีเดีย เหมือนจะเริ่มรู้เท่าทันและจับโป๊ะแผนดังกล่าวได้ จนมีหลายๆ เพจเริ่มออกมาตีแผ่ รวมไปถึงคอมเมนต์ต่างๆ ก็แสดงออกให้เห็นชัดเจนว่ารู้ว่าเป็นโพสต์ปั่น และประณามการกระทำดังกล่าว
ซึ่งคงเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่สอนให้คนรู้ว่า การสร้างเรื่องโกหกและหลอกปั่นคนไทยให้เกลียดชังกันนั้น มันคงไม่ง่ายเหมือนเก่าอีกแล้ว