ทูตนริศโรจน์ เตือนสติ!! ชี้นายกฯ เศรษฐา พาลูกภรรยาไปด้วย “ไม่ผิด” เป็นสิทธิของผู้นำสามารถเชิญผู้ติดตามไปได้ ชี้ควรมองที่สารัตถะที่ประเทศจะได้มากกว่า
นาย นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตประจำกรุงบัวโนสไอเรส และ ประธานคณะกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ และวีดิทัศน์จากต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทย (คณะที่ 2) ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว ถึงการเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
โดยก่อนหน้านี้มีประชาชนหลายคนจ้องจับผิดเรื่องที่นายกรัฐมนตรีพาภรรยาและบุตรสาว รวมถึงสื่อบางสำนักไปกับคณะเดินทางด้วย
ขณะที่อดีตทูตนริศโรจน์ได้อธิบายว่า การเดินทางของผู้นำประเทศซึ่งมีลักษณะเป็น VVIP นั้น สามารถพาคู่สมรสและบุตรธิดาไปด้วยได้ ไม่ได้ผิดจากธรรมเนียมปฏิบัติแต่ประการใด ส่วนผู้นำประเทศจะชอบสื่อค่ายไหนก็เลือกเอาสื่อค่ายนั้นไปด้วย ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด
โดยนายนริศโรจน์ ได้ชี้ให้เห็นว่าคนไทยควรสนใจที่ “สารัตถะ” ของการเดินทางของผู้นำประเทศ ว่าได้ประโยชน์อะไรกลับมาให้กับประเทศ มากกว่าที่มาจ้องจับประเด็นยิบย่อยเหล่านี้
โดยใจความของข้อความมีดังนี้
“อันนี้ไม่ได้แก้ต่างให้ใครนะครับ แต่จะอธิบายในฐานะที่เคยทำงานด้านพิธีการทูต (Protocol) ดูแลเรื่องกำหนดการทริป VVIP เวลาไปร่วมงานประชุมในต่างประเทศ
คนที่เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล Head Of Government เขาสามารถพาภริยาไปได้แบบเป็นทางการในฐานะคู่สมรส spouse ไม่ผิดครับ
บางกรณีอาจเอาบุตรหรือธิดาร่วมไปก็เคยมีมาแล้ว เช่น สมัยคุณทักษิณ ก็นำคุณโอ๊ค ร่วมทริปไปด้วย ไปในฐานะ “ผู้ติดตาม” ซึ่งตรงนี้เป็นสิทธิตามระเบียบของ VVIP
เพราะคนระดับผู้นำรัฐบาลและภริยาบางทีการออกงานต้องแต่งองค์ทรงเครื่อง ต้องใส่เครื่องราชย์ เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะ ต้องมีคนช่วยดูแลในเรื่องเหล่านี้ครับ
ผู้ติดตาม จะเป็นลูกหรือเป็นใครก็ได้ที่ช่วยจัดการดูแลตรงนี้ได้ ที่ผู้นำไว้ใจมากที่สุด
สมัยผมเป็นรองอธิบดีกรมพิธีการทูต ผมเคยรับผู้นำต่างปท.หลายคนจากหลายประเทศ ก็มีผู้นำหลายคนที่นำบุตรหรือธิดามาด้วย
การเช่าเหมาลำ ทุกรายชื่อที่ขึ้นเครื่อง รวมทั้งสื่อมวลชน หรือ ภาคเอกชนที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมเดินทางไปด้วย ต้องได้รับอนุมัติจาก นรม.ก่อน
ในส่วนของค่าเครื่องบินไม่ต้องเสีย แต่เอกชนถ้าไม่ใช่คณะทางการ ต้องจ่ายค่าอื่นๆเอง เช่น ค่าที่พัก
ส่วนค่าอื่นๆ เช่น การเดินทางโดยรถบัส การร่วมงานเลี้ยง ก็ถือว่าร่วมโดยสารไปด้วย
สื่อที่ นรม.เลือกให้เดินทางไปด้วย มีมาทุกยุคครับ สมัยลุงก็มี และเป็นธรรมดาที่ ผู้นำชอบสื่อค่ายไหนก็เลือกเอาสื่อค่ายนั้นไปด้วย ไม่แปลกครับ
โดยส่วนตัวผมไม่เล่นประเด็นเหล่านี้เพราะถือว่า อยู่ในขอบเขตระเบียบที่อนุญาตให้ทำได้ ถ้าเราเล่นโดยไม่ศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก็เสียเวลาเปล่าๆ เขาแก้ต่างได้หมด
เราควรโฟกัสในเรื่องของ “สารัตถะ” มากกว่าว่า ไปประชุมแล้วได้ผลอะไรติดมือกลับมา
อย่างกรณี นรม.ไป UN ครั้งนี้เป็นไปตามวาระอย่างถูกต้องตาม Protocol ทุกอย่าง มีการเตรียมงานโดย กต. กับ สำนักนรม. มาล่วงหน้าเป็นเดือนๆ ก่อนที่จะรู้ว่าใครจะมานั่งเป็น นรม.ด้วยซ้ำ เพราะเขาต้องเตรียมการสำหรับใครก็ได้ที่จะมานั่งในตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐบาล
แต่ถ้าเป็นเคสเขาไม่ได้เชิญมา แต่ดิ้นรนไปเอง อย่างนั้นน่าเล่นมากกว่าว่า “ไปทำไม ?”