ฟื้นเศรษฐกิจโลก เมื่อยุโรปยื่นข้อเสนอดึงรัสเซียกลับ G8 และฉากทัศน์ใหม่ที่จะตามมากับการฟื้นฟูทั้งสองประเทศที่อาจเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ในเร็วๆ นี้
ภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกาโดย ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ยื่นข้อตกลง 28 ข้อ ในแผนสันติภาพรัสเซีย–ยูเครน ที่ห้ามยูเครนเข้าร่วม NATO และให้ยูเครนยอมรับดินแดนที่เสียไปให้กับรัสเซีย รวมถึงการลดขนาดของกองทัพยูเครนลง
ขณะเดียวกันก็จะ “ถอนการคว่ำบาตรรัสเซีย” และดึงรัสเซียกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก โดยจะได้เข้าร่วมกับกลุ่มประเทศ G8 อีกครั้ง หลังจากรัสเซียถูกระงับสมาชิกภาพตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา
ข้อเสนอในครั้งนี้น่าจะเป็นสัญญาณว่าชาติมหาอำนาจฝั่งตะวันตก กำลังต้องการ “ฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก” ในเร็ววันนี้ เพราะหากเกิดการถอนคว่ำบาตรและดึงรัสเซียกลับมาสู่เวทีเศรษฐกิจโลกจริง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกดังนี้
- พลังงาน: รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ การยกเลิกข้อจำกัดจะเพิ่มอุปทาน ลดความผันผวนและราคาพลังงานลง
- อาหารและสินค้าเกษตร: รัสเซียและยูเครนเป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ การยุติสงครามจะช่วยให้การส่งออกอาหารราบรื่นขึ้น ลดปัญหาความมั่นคงทางอาหาร
- แร่ธาตุและโลหะ: รัสเซียเป็นผู้ผลิตโลหะสำคัญ เช่น พาลาเดียมและนิกเกิล การกลับสู่ตลาดโลกจะช่วยเพิ่มอุปทานและลดราคาวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรม
—
ขณะที่ฝั่งยูเครนที่บอบช้ำจากสงคราม เมื่อเข้าสู่การฟื้นฟูประเทศ จะนำผลดีทางเศรษฐกิจมา 2 ประการหลักๆ คือ
- เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าระบบ: ใช้เงินที่อายัดจากรัสเซียและเงินกู้จากสหรัฐฯ–ยุโรป ทำให้เศรษฐกิจยุโรปตะวันออกมีเม็ดเงินมหาศาล
- การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน: การก่อสร้างสาธารณูปโภคและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ จะสร้างโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงานขนาดใหญ่ทั่วโลก
ดังนั้นแผนสันติภาพครั้งนี้ไม่ใช่แค่การยุติสงคราม แต่ยังหมายถึงการเริ่ม “ฉากทัศน์ใหม่” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโลกที่ซบเซามายาวนานตั้งแต่หมดช่วงโควิด-19 ประเทศไทยควรจับตามองการขยับครั้งนี้เพื่อไม่ให้ตกขบวนในอนาคต
#TheStructure
#TheStructureNews
#โดนัลด์ทรัมป์ #ยูเครน #เศรษฐกิจโลก