อียูยอมแล้ว เสนอยกเลิกภาษีให้สหรัฐฯ สำหรับสินค้าประเภทอุตสาหกรรมที่นำเข้าจากสหรัฐฯ หลังโดนสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากร 20%
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ระบุว่า บรัสเซลส์พร้อมเปิดการเจรจาข้อตกลงใหม่ด้านภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ คำแถลงนี้มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก EU ในอัตรา 20% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.)
“เราได้เสนออัตราภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมเป็น 0 ต่อ 0” ฟอน เดอร์ เลเยน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ (7 เม.ย.) พร้อมย้ำว่า “ยุโรปพร้อมเสมอสำหรับข้อตกลงที่ดี ดังนั้นเราจึงยังคงเปิดโอกาสในการเจรจาไว้”
ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นหลังการประชุมรัฐมนตรีการค้าของสหภาพยุโรปในลักเซมเบิร์ก ซึ่งตามรายงานของรอยเตอร์ ระบุว่า ผู้นำสหภาพยุโรปตัดสินใจให้ความสำคัญกับการเจรจากับสหรัฐฯ มากกว่าการเปิดฉากสงครามการค้า
อย่างไรก็ตาม ฟอน เดอร์ เลเยน ระบุว่า สหภาพยุโรปมีมาตรการอื่นเตรียมไว้หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม เธอกล่าวว่า “เราพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยมาตรการตอบโต้และปกป้องผลประโยชน์ของเราเช่นกัน”
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้า 25% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหภาพยุโรป และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าตั้งแต่ 10%-50% สำหรับสินค้าจากกว่า 200 ประเทศที่ถูกมองว่ามีการดำเนินการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
เมื่อวานนี้ (7 เม.ย.) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า มาตรการภาษีกำลังสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมากให้กับสหรัฐฯ ต่อมาในวันเดียวกัน ทรัมป์กล่าวหาสหภาพยุโรปว่าปฏิบัติต่อสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม พร้อมเสริมว่า บรัสเซลส์พร้อมที่จะยกเลิกมาตรการภาษีแล้วแต่ข้อเสนอของสหภาพยุโรปนั้นยังไม่เพียงพอ
“มันไม่ใช่แค่ภาษีศุลกากร ไม่ใช่แค่ภาษีทางการเงิน” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่า สหภาพยุโรป “ออกกฎระเบียบที่มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือทำให้คุณไม่สามารถขายสินค้าของคุณในประเทศเหล่านั้นได้ และเราจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น”
ที่มา: อาร์ที