สั่งปรับ TikTok 530 ล้าน เหตุส่งข้อมูลผู้ใช้ไปจีน สหภาพยุโรป อ้างว่ามีการละเมิดความเป็นส่วนตัว ด้าน TikTok ชี้รัฐบาลจีนไม่ได้มายุ่งข้อมูลเอกชน
สหภาพยุโรปสั่งปรับ TikTok ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ByteDance เป็นเงิน 530 ล้านยูโร (1.98 หมื่นล้านบาท) ฐานละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) หลังสำนักงานคุ้มครองข้อมูลแห่งไอร์แลนด์ (DPC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแล TikTok ในยุโรป ตรวจพบว่าแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่มีผู้ใช้กว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลก มีการส่งข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ชาวยุโรปไปยังจีน
ค่าปรับดังกล่าวถือเป็นโทษทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดอันดับสองที่ EU เคยกำหนด โดยก่อนหน้านี้ในปี 2023 DPC เคยปรับ TikTok 345 ล้านยูโร (1.28 หมื่นล้านบาท) ฐานละเมิดกฎการประมวลผลข้อมูลของเยาวชนในยุโรป
แม้ TikTok เคยปฏิเสธว่าไม่ได้จัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ยุโรปบนเซิร์ฟเวอร์ในจีน แต่ในเดือนเมษายน บริษัทได้ยอมรับว่ามีการส่งข้อมูลไปยังจีนในบางกรณี โดยรองกรรมาธิการ DPC ระบุว่า TikTok ไม่สามารถรับรองได้ว่าข้อมูลผู้ใช้ยุโรป ซึ่งถูกเข้าถึงจากระยะไกลโดยพนักงานในจีน ได้รับการคุ้มครองในระดับเดียวกับมาตรฐานที่ EU กำหนด อีกทั้งยัง ไม่ได้ชี้แจงหรือแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ทางการจีนอาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวภายใต้กฎหมายที่มีแนวทางแตกต่างจากมาตรฐานของสหภาพยุโรป
ด้าน TikTok ระบุว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งปรับของสหภาพยุโรป พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยได้รับคำร้องขอจากทางการจีนให้เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ชาวยุโรป
แม้บริษัทแม่อย่าง ByteDance จะมีนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นส่วนใหญ่ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการจีนผ่านสำนักงานใหญ่ในปักกิ่ง ทำให้ TikTok ถูกแบนในหลายประเทศ เช่น ปากีสถาน เนปาล และนิวแคลิโดเนีย ดินแดนภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในสหรัฐฯ หลังผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าข้อมูลของผู้ใช้ชาวอเมริกันอาจตกอยู่ในมือของรัฐบาลจีน
เมื่อปีที่แล้ว อดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน ลงนามในกฎหมายบังคับให้ ByteDance ขายกิจการในสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะถูกสั่งแบน ขณะที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรับตำแหน่งต่อมา ได้เลื่อนกำหนดเส้นตายการขายกิจการออกไปหลายครั้ง
(1 ยูโร = 37.38 บาท)
ที่มา: DW