ความมั่นคงทางพลังงานจากพลังงานใหม่ การพัฒนาที่ไทยเราไม่เคย “ยอม” หยุดนิ่ง
ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา แหล่งพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะถ่านหินและปิโตรเลียมก็ได้ถูกค้นพบ แย่งชิง และนำไปใช้ประโยชน์ แต่แหล่งพลังงานเหล่านี้กำลังลดปริมาณลงเรื่อย ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ด้านพลังงานในอนาคต ในอีกทางหนึ่ง สิ่งที่ทุกประเทศทั่วโลกมีความกังวลคือปัญหาของ “ความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน”
ในปัจจุบันชาติต่าง ๆ กำลังพยายามหาวิธีการแก้ปัญหาทางพลังงาน ในกรอบ “ความมั่นคงทางพลังงาน” ซึ่งสามารถมองเห็นได้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปสองแบบคือ ความมั่นคงแบบดั้งเดิมและความมั่นคงทางพลังงานแบบใหม่ (Traditional and Non-traditional Security)
ตามคำนิยามของ Alan Collins ความมั่นคงทางพลังงานคือ “สภาวะที่มีแหล่งทรัพยากรพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการของสังคมทั้งในด้านการทหาร เศรษฐกิจ และสังคม โดยที่แหล่งทรัพยากรพลังงานต้องมีคุณภาพสูงและเพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการในปัจจุบันและอนาคต”
ในแง่ของการความมั่นคงแบบดั้งเดิม พลังงานถูกมองว่ามีเพียงพอใช้เพื่อสนับสนุนทางทหาร โดยเฉพาะในการขับเคลื่อนอาวุธยุทโธปกรณ์ ทำให้การครอบครองพลังงานเป็นสิ่งสำคัญต่อการมั่งคงของรัฐบาลในด้านทหาร รัฐบาลแต่ละแห่งพยายามครอบครองแหล่งพลังงานและมองหาแหล่งพลังงานอื่นเพื่อเป็นการพึ่งพาตนเอง อย่างเช่นการใช้พลังงานนิวเคลียร์ แต่ก็พบปัญหาเกี่ยวกับการถือครองอาวุธนิวเคลียร์
หลังจากสงครามเย็นสิ้นสุด ความสำคัญของความเจริญหลังสงครามเพิ่มขึ้น ซึ่งได้ส่งผลให้ความคิดเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงานเปลี่ยนไปเป็นชุดความคิดใหม่ แบ่งเป็นสองมิติ คือ 1. ความมั่นคงทางพลังงานกับสภาวะทางสังคม ซึ่งมุ่งเน้นไปที่อุปสงค์อุปทาน นั่นคือความพร้อมและความต้องการของสังคมในด้านการบริโภคพลังงาน ซึ่งจะเป็นการมองความมั่นคงทางพลังงานในมุมของสังคมและเศรษฐกิจ
และ 2. ความมั่นคงทางพลังงานกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเน้นไปที่ผลกระทบระหว่างการกระบวนการผลิตพลังงาน ไปจนถึงความต้องการในการค้นหาและพัฒนาพลังงานทดแทนขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในคำตอบของประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงานได้ด้วย
ซึ่งในมิตินี้เองที่เป็นทางออกซึ่งชาติต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญ เพราะพลังงานทดแทน ในรูปพลังงานสะอาดหรือพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานความร้อนใต้พิภพ (geothermal energy), หรือพลังงานไฮโดรเจน เป็นต้น ซึ่งหากประเทศใด ที่มีความพร้อมและค้นพบการพัฒนาพลังงานใหม่ได้ก่อน ก็จะยิ่งมีความได้เปรียบประเทศที่เหลือ เพราะความมั่นคงทางพลังงานนั้น คืออาวุธที่สำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ จึงเป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องมีการเร่ง สร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้สมดุลเพื่อการพัฒนายั่งยืนของประเทศและโลกในอนาคต