Newsนโยบายสาธารณะและการพัฒนาอีคอมเมิร์ซสั่นสะเทือน ค่า GP พุ่ง–ขนส่งก็ถูกล็อก THECA เตือนผู้ค้ารายย่อยเสี่ยงถูกทิ้งในตลาดดิจิทัล หากรัฐไม่เร่งคุมเกมอาจถูกผูกขาดภายใน 3 ปี

อีคอมเมิร์ซสั่นสะเทือน ค่า GP พุ่ง–ขนส่งก็ถูกล็อก THECA เตือนผู้ค้ารายย่อยเสี่ยงถูกทิ้งในตลาดดิจิทัล หากรัฐไม่เร่งคุมเกมอาจถูกผูกขาดภายใน 3 ปี

นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ที่ปรึกษาและนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) เผยว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2567 มีมูลค่าแตะ 1 ล้านล้านบาท แต่คาดว่าในปี 2568 จะเติบโตเพียง 5–7% ต่ำสุดในรอบ 10 ปี จากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ที่เอื้อแพลตฟอร์มมากกว่าผู้ขาย

 

นายธนาวัฒน์ ระบุว่า แพลตฟอร์มรายใหญ่ปรับขึ้นค่า GP โดยไม่มีเพดาน ร้านค้ารายย่อยแทบไม่มีอำนาจต่อรอง ขณะที่ระบบอัลกอริทึมยังจำกัดการมองเห็นสินค้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยอย่างชัดเจน หากไม่มีการแทรกแซงจากภาครัฐ ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลจะยิ่งรุนแรง และรายได้จากอีคอมเมิร์ซจะไหลออกนอกประเทศมากขึ้น

 

5 สัญญาณเปลี่ยนเกมอีคอมเมิร์ซไทย

 

  1. ยุค 3C Commerce

โมเดล Content–Creator–Commerce กลายเป็นหัวใจของการตลาด ผู้บริโภคกว่า 80% ตัดสินใจซื้อสินค้าตามคำแนะนำของครีเอเตอร์ ผู้ค้าจึงต้องเร่งสร้างพันธมิตรกับครีเอเตอร์ไทย เช่นโครงการ Shopfluence by Priceza ที่เชื่อมโยงแบรนด์ใหญ่กับครีเอเตอร์โดยตรง ลดภาระ GP และคืนอำนาจให้ผู้ขายไทย

 

  1. สินค้าจีนทะลัก–ภาษีไทยยังอ่อนแรง

การยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ทำให้สินค้าจีนไหลเข้าตลาดไทยอย่างมหาศาล โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่เริ่มตั้งบริษัทและเปิดร้านแข่งกับผู้ขายไทยโดยตรง

 

  1. สงครามข้อมูล (Data War)

ข้อมูลลูกค้ากลายเป็นอาวุธสำคัญ แต่แพลตฟอร์มยังไม่เปิดให้ผู้ขายเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถวิเคราะห์ตลาดได้เต็มที่

 

  1. ปรับโมเดลธุรกิจรับมือค่า GP พุ่ง

ผู้ค้าหันไปสร้าง Brand.com หรือใช้ Marketplace เฉพาะทาง เช่น NocNoc, Konvy, HomePro เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าเองและลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มใหญ่ ขณะที่โมเดล Consignment แบบ Temu แม้ดึงลูกค้าได้ แต่ทำให้ผู้ผลิตไทยสูญเสียอำนาจต่อรอง

 

  1. Fast Delivery กลายเป็นมาตรฐานใหม่

ผู้บริโภคคาดหวังการส่งภายในวันเดียว ส่งผลให้แพลตฟอร์มต้องลงทุนระบบขนส่ง On-Demand แต่ต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูง กลับกลายเป็นภาระหนักของผู้ขายรายย่อย

 

นอกจากนี้ นายธนาวัฒน์ยังต้องการให้หน่วยงานรัฐ เช่น ETDA และ กขค. เร่งออกมาตรการกำกับค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ตรวจสอบการปิดกั้นขนส่งที่ขัดหลักการแข่งขันเสรี และจัดเก็บภาษีบริการดิจิทัล (DST) จากผู้ให้บริการต่างชาติอย่างเท่าเทียม เพื่อปิดช่องโหว่รายได้ประเทศ พร้อมย้ำว่าไทยไม่ควรยอมแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้ยกเว้นภาษีดังกล่าว เพราะจะยิ่งเปิดทางให้ทุนต่างชาติผูกขาดรายได้ออนไลน์ทั้งหมด

 

เขาทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลยังไม่เร่งออกมาตรการคุมเกม ทั้งด้านภาษี การแข่งขัน และการคุ้มครองข้อมูล ตลาดดิจิทัลไทยอาจถูกผูกขาดโดยสมบูรณ์ในเวลาไม่เกิน 3 ปี ทิ้งผู้ค้ารายย่อยไว้ข้างหลังในสนามที่ไม่ใช่ตลาดเสรีอีกต่อไป

 

#TheStructure

#TheStructureNews

#อีคอมเมิร์ซ #ตลาดดิจิทัลไทย #ผูกขาด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า