รัฐมนตรี ที่ไทยควรมีบ้าง ‘ดร.ปิติ’ ชม ‘รมช.อว. อินโดนีเซีย’ ที่เพียบพร้อมไปด้วย ความรู้-ความสามารถ-ความถ่อมตน
รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความชื่นชม ศ.สเตลลา คริสตี (Stella Christie) รมช. การอุดมศึกษา, วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศอินโดนีเซีย โดยมีข้อความว่า
“อิจฉาคนอินโดนีเซียที่เขามีรัฐมนตรีแบบนี้
คุณผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุ 47 ปี เดินลงมาจากรถอเนกประสงค์คันเล็กๆ ยี่ห้อ Mitsubishi สวมเสื้อผ้าบาติก กางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้า Sneakers สีขาว สะพายกระเป๋าเป้ แบบที่เราเห็นคนธรรมดาๆ เดินตามท้องถนนแต่งกัน ท่านที่ผมขอ Selfie ด้วยนี้ คือ H.E. Professor Stella Christie ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา, วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศอินโดนีเซีย
Professor Christie ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัย Harvard ไปเรียนจนจบ Magna Cum Laude with Highest Honors ในปี 2004 แล้วเธอก็เรียนต่อจนจบปริญญาเอกด้าน Cognitive Psychology (จิตวิทยาการรับรู้เรียนรู้ของสมอง) ที่ Northwestern University ในปี 2010 แล้วก็ไปได้ Postdoctoral Research ที่ University of British Columbia ในแคนาดาในปี 2012
จากนั้นเธอไปทำงานที่มหาวิทยาลัย Tsinghua University กรุงปักกิ่ง ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ในปี 2022 และดำรงตำแหน่ง Research Chair ณ Tsinghua Laboratory of Brain and Intelligence ก่อนที่จะได้รับเชิญจากประธานาธิบดี Prabowo ให้มีทำหน้าที่รัฐมนตรีเพื่อดูแลด้านการพัฒนากิจการ AI ของประเทศอินโดนีเซีย
เมื่อวานนี้ ASEAN Foundation ร่วมกับ Google.org จัด the 1st Regional Convening of AI Ready ASEAN Programme (การประชุมระดับภูมิภาคของโครงการเตรียมความพร้อมด้าน AI ของอาเซียน ครั้งที่ 1)
ในหัวข้อ Fostering the Opportunity of Safe, Secure and Trustworthy AI in the Region (ส่งเสริมโอกาสของ AI ที่ปลอดภัย มั่นคง และเชื่อถือได้ในภูมิภาค) โดยมี Keynote คือ H.E. Professor Stella Christie ซึ่งเธอดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา, วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศอินโดนีเซีย
9.50 น. ผมไปรอรับเธอที่หน้าสำนักเลขาธิการอาเซียน 10.00 น. เธอมาถึงในรถตู้อเนกประสงค์คันเล็กๆ โดยที่ไม่มีรถนำ ไม่มีขบวน ไม่มีปิดถนน ผมพบคุณผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุ 47 ปี เดินลงมาจากรถพร้อมกับผู้ช่วย
โดยเธอสวมเสื้อผ้าบาติก กางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้า Sneakers สีขาว สะพายกระเป๋าเป้ แบบที่เราเห็นคนธรรมดาๆ เดินตามท้องถนนแต่งกัน นี่คือภาพแรกที่ผมเห็นและทำให้นึกดีใจว่า รมต ของเขาสบายๆ ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง ไม่ต้องมีคนมาคอยพินอบพิเทา
เมื่อเธอเริ่มกล่าว Keynote ในหัวข้อ Strategic Balance between AI Regulations & Progress (ความสมดุลเชิงกลยุทธ์ระหว่างกฎระเบียบด้าน AI และความก้าวหน้า) ใจความแรกที่เริ่มต้นกล่าวถึงคือ เราจะจัดการศึกษาอย่างไรให้คนของเรา Readiness & Responsibility (มีความพร้อมและความรับผิดชอบ) กับเทคโนโลยี AI
เธอเสนอ 3 เรื่อง
1) ต้องมี AI Literacy (ความฉลาดรู้เท่าทัน AI)
2) Ability to Handle Exceptions (ความสามารถในการจัดการข้อยกเว้น)
และ 3) Understanding Human Behavior (เข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์)
ใน 3 สิ่งที่ต้องมีนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุด คือ Literacy (ความฉลาดรู้เท่าทัน) ซึ่งเธอกล่าวว่า Literacy คือ
- Assess which problems can be adequately solved by AI and which require human input (ประเมินว่าปัญหาใดบ้างที่ AI สามารถแก้ไขได้อย่างเหมาะสม และปัญหาใดบ้างที่ต้องอาศัยอินพุตจากมนุษย์)
- Articulate systemic reasons why AI can or cannot be used for certain types of problems (ระบุเหตุผลเชิงระบบว่าเหตุใด AI จึงสามารถหรือไม่สามารถใช้กับปัญหาบางประเภทได้)
- Formulate synthetic techniques and tactics for solving problems, which integrate both AI and human input. (Formulate synthetic techniques and tactics for solving problems, which integrate both AI and human input.)
ถ้ามี 3 เรื่องนี้เราจะมี Ability to interpret and evaluate AI-generated recommendations (ความสามารถในการตีความและประเมินคำแนะนำที่สร้างโดย AI)
15 นาที ของการปาฐกถาโดยคนที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง AI และจิตวิทยาการเรียนรู้รับรู้ของสมอง คือ ความสุดยอดของประสบการณ์ และเมื่อเดินกลับไปส่งเธอขึ้นรถตู้กลับไปทำงานต่อ ก็ได้แต่รู้สึกสะท้อนใจว่า ทำไม ทำไม ทำไม ประเทศไทยเราไม่มีรัฐมนตรีแบบนี้บ้าง Knowledge, Capability and Humility (ความรู้ ความสามารถ และความอ่อนน้อมถ่อมตน)