1,600 ล้านแต่ ‘ห่วยกว่าของฟรี’! ดร.การดี จี้ รมว.ดีอีเอส ยุติโปรเจกต์ TH-AI Passport หวั่นเป็นค่าโง่ชิ้นใหม่
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้ออกมาเปิดโต๊ะชำแหละโครงการ TH-AI Passport หรือแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ของรัฐบาล ที่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 1,600 ล้านบาท
พร้อมวิจารณ์อย่างดุเดือดว่าระบบดังกล่าวมีความล้มเหลวในเชิงคุณภาพ และมีประสิทธิภาพที่ “ห่วยกว่าของฟรี” ที่มีอยู่ในตลาด
ดร.การดี เผยว่า จากงบประมาณระดับพันกว่าล้านบาท ทำให้คาดหวังว่าระบบจะต้องมีความยอดเยี่ยมระดับ Extravaganza
แต่เมื่อทดลองใช้งานจริงผ่านการพิมพ์คำสั่ง (Prompt) กลับพบว่าคุณภาพสู้ AI เวอร์ชันฟรีทั่วไปอย่าง ChatGPT หรือ Gemini ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ แม้ล่าสุดโครงการจะพยายามอุดช่องโหว่ โดยปรับรูปแบบการเบิกจ่ายมาเป็นการจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง (Pay per Active User)
แต่ก็ยังมีปัญหาใหญ่ซ่อนอยู่ เพราะนิยามของคำว่า Active User นั้น นับรวมถึงการที่ผู้ใช้เพียงแค่ล็อกอินเดือนละครั้ง หรือกดเข้าระบบจากการแจ้งเตือน (Notification)
ซึ่งไม่มีตัวชี้วัดใดเลยที่สะท้อนว่า ประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะด้าน AI (Up-skill และ Re-skill) อย่างแท้จริง
จนถึงจุดที่ต้องประกาศว่า “สิ้นสุดทางเลื่อน” เพราะไม่มีเหตุผลใดที่รัฐจะต้องเอาเงินภาษีไปจ่ายกับสิ่งที่ด้อยคุณภาพกว่าของฟรี
—
เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน IMC ได้ร่วมทดสอบ และยืนยันว่าฟังก์ชันของ AI-Pass ยังด้อยกว่าโมเดลฟรีในหลายมิติอย่างเห็นได้ชัด
เช่น การจำกัดอัปโหลดไฟล์เพียง 3 ไฟล์ ในขณะที่ ChatGPT เวอร์ชันฟรีทำได้มากกว่านั้น รวมถึงยังขาดความสามารถในการประมวลผลไฟล์ขนาดใหญ่
ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเสียง วิดีโอ และการสร้างเอกสารในรูปแบบต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะของประชาชนในยุคปัจจุบัน
—
จากความล้มเหลวดังกล่าว ดร.การดี เตรียมยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)
เพื่อขอให้ใช้อำนาจทบทวนและยุติโครงการ โดยจี้ให้ตรวจสอบ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ข้อพิรุธในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเข้าข่ายการล็อกสเปก
2. ความไม่คุ้มค่าของงบประมาณ 1,600 ล้านบาท ที่มีต้นทุนสูงเกินจริง (Overpriced)
3. ความมั่นคงและอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงที่สุด
เนื่องจากข้อมูลเชิงพฤติกรรมของคนไทยถูกนำไปประมวลผลในต่างประเทศ โดยไร้ระบบป้องกัน (Guardrail) ที่ชัดเจน ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างประเมินค่าไม่ได้
สอดคล้องกับความเห็นของ ดร.พิชชาเพ็ญ ประทีปะวณิช ผู้ก่อตั้ง Bangkok AI Builder Hub ที่มองว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้าน AI สูงมาก
การนำงบประมาณ 1,600 ล้านบาทไปละลายกับการเปิดให้ใช้ AI ฟรีที่ด้อยคุณภาพ ถือเป็นการใช้ทรัพยากรที่ไม่คุ้มค่า
รัฐบาลควรเปลี่ยนทิศทางการลงทุนไปสู่การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) สนับสนุนสตาร์ทอัพไทย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
มากกว่าการดันทุรังทำ Signature Project ที่ไม่จำเป็น ซึ่งท้ายที่สุดอาจกลายเป็นเพียง “ค่าโง่” ชิ้นใหม่ของประเทศเท่านั้น
#TheStructure
#TheStructureNews
#การดีเลียวไพโรจน์ #พรรคประชาธิปัตย์ #THAIPassport