กัมพูชาควรถูกประณามหรือไม่? ใครวางกับระเบิดทำร้ายทหารไทย ในชายแดนไทย-กัมพูชา ผิดอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้-สะสมกับระเบิดหรือไม่
ทหารไทย 3 นายถูกกับระเบิด หรือทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ นายหนึ่งต้องกลายเป็นคนพิการขาขาด ที่บริเวณเนิน 481 จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระเบิดที่ใช้เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบ PMN-2 ล็อตที่ผลิตขึ้นใหม่จากรัสเซีย
ซึ่งการใช้การใช้กับระเบิด (landmines) โดยเฉพาะกับระเบิดสังหารบุคคล (anti-personnel mines) นั้น ถือเป็นการละเมิด “อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. 1997″ (Convention on the Prohibition of the Use, Stockpiling, Production and Transfer of Anti-Personnel Mines and on Their Destruction of 1997) หรืออนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty)
เนื่องจากกับระเบิดสังหารบุคคลเป็นอาวุธที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงและยาวนานต่อพลเรือน แม้สงครามจะสิ้นสุดลงไปแล้วก็ตาม เนื่องจากกับระเบิดยังคงฝังตัวอยู่ใต้ดินและสามารถระเบิดได้เมื่อมีผู้เหยียบหรือสัมผัส ทำให้เกิดการบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตได้
อีกทั้งประเทศไทย และกัมพูชา ต่างก็เป็นภาคีในอนุสัญญาออตตาวาฉบับนี้
สำหรับพื้นที่บริเวณเนิน 481 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ช่องบกนั้น เคยมีการกวาดล้างทุ่นระเบิดไปแล้วในอดีต โดยหน่วยปฏิบัติการต่อต้านทุ่นระเบิด (นปท.) หรือ Humanitarian Mine Action Unit (HMAU) ไปนานแล้ว
แต่ในช่วงปลายเดือน .พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาขุดสนามเพลาะ (คูเลต) ยาวประมาณ 650 เมตร เพื่อสร้างที่มั่นทางทหารในพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิ์ ซึ่งไทยมองว่าเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมกัน
ทำให้ทหารไทยเข้าไปเจรจาเพื่อขอให้ทหารกัมพูชาถอนกำลังและหยุดการขุดสนามเพลาะ ทำให้เกิดการปะทะกันด้วยอาวุธระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 โดยมีการยิงปะทะกันประมาณ 10 นาที ก่อนจะมีการประสานงานระดับผู้บังคับบัญชาเพื่อยุติเหตุการณ์
และหลังไทยดำเนินมาตรการที่เข้มงวดกับกัมพูชา เช่นการลดเวลาเข้าออกพรมแดน และขู่ตัดไฟฟ้าและสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้ทหารกัมพูชาถอนกำลังออกไป พร้อมกลบแนวสนามเพลาะให้เป็นดังเดิม เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2568 ซึ่งหลังจากนั้น ฝ่ายไทยมีความกังวลว่า ฝ่ายกัมพูชาอาจจะมีการลักลอบวางทุ่นระเบิด
ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่ากับระเบิดที่ทำร้ายทหารไทยในครั้งนี้นั้น ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกและมีโลหะน้อยมาก ทำให้ยากต่อการตรวจจับด้วยเครื่องตรวจจับโลหะแบบดั้งเดิม จึงน่าจะเป็นกับระเบิดที่ผลิตขึ้นใหม่ ไม่ใช่กับระเบิดเก่าที่ตกค้างมาเนื่องจากความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าข้อสังเกตดังกล่าวนั้น เป็นจริงหรือไม่
และถ้าเป็นจริง ก็คงจะถึงเวลาที่สังคมไทยจะตั้งคำถามว่า กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวาที่ตนเองก็เป็นประเทศภาคีสมาชิกหรือไม่ และทางการไทยจะมีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร ? ไทยจะประณามกัมพูชาบนเวทีนานาชาติหรือไม่ ?
แต่ถ้าไม่เป็นความจริง ก็คงต้องตั้งคำถามกันต่อว่า พื้นที่ที่เคยถูกประกาศว่าปลอดภัยจากกับระเบิดนั้น ปลอดภัยจริงหรือไม่ ? ประชาชนที่อาศัยตามแนวชายแดน และใช้ประโยชน์จากพื้นที่บริเวณนั้น สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ?
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
คอลัมนิสต์ The Structure
#TheStructure
#TheStructureEssay
#ชายแดนไทยกัมพูชา #กับระเบิด
#อนุสัญญาออตตาวา