Disney ยกเลิกลงทุน 1 พันล้าน เพื่อเปิดสงครามเรื่องสิทธิและความหลากหลาย กับผู้ว่าฯ ฟลอริดา ขณะที่ฝ่ายผู้ว่าฯ ได้ยกเลิก โปรแกรม ‘ยอมรับความหลากหลาย’ ลงแล้ว
คณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษของ Walt Disney ที่ได้รับการแต่งตั้งโดย รอน ดิซานดิส ประกาศในสัปดาห์นี้ว่า ได้ยกเลิกโปรแกรมส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการยอมรับความแตกต่าง (DEI) ทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่สานต่อสงครามของผู้ว่าการรัฐฟลอริดาต่อโครงการส่งเสริมความหลากหลายในรัฐฟลอริด้า
“สิ่งที่เรียกว่าความคิดริเริ่มด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และการยอมรับความแตกต่างนั้นถูกนำมาใช้อย่างเกินเลย โดยคณะกรรมการชุดที่แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผิดกฎหมายและไม่เป็นอเมริกัน”
“เขตปกครองของเราจะไม่มีส่วนร่วมในความพยายามที่จะแบ่งแยกผู้คนตามเชื้อชาติ หรือปลุกปั่นคนให้รู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกันอีกต่อไป” Glenton Gilzean ผู้บริหารเขตปกครองตนเอง กล่าว
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รอน ดิซานดิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาซึ่งกำลังรณรงค์หาเสียงเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 2024 ได้ลงนามในร่างกฎหมายที่เข้าควบคุมเขตปกครองพิเศษของ Walt Disney ที่มีชื่อว่า Reedy Creek Improvement District (RCID) พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นหน่วยงานกำกับดูเเลการท่องเที่ยวในเขตฟลอริดาตอนกลาง (Central Florida Tourism Oversight District : CFTOD) และได้แต่งตั้งกรรมการ 5 คนมาทำหน้าที่แทนคณะกรรมการชุดเก่าที่ดิสนีย์เป็นผู้แต่งตั้ง
โดยความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าว คาดว่ามีชนวนเหตุมาจากความไม่ลงรอยกันที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่ บ็อบ เชเปก (Bob Chapek) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Walt Disney ในขณะนั้นวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมาย “ห้ามเรียกว่าเกย์” (Don’t Say Gay) ของรัฐฟลอริดา ที่จำกัดการเรียนการสอนและจำกัดการพูดคุยถึงเรื่อง LGBTQ ในโรงเรียนหรือสถานศึกษา
ในเดือนเมษายน ดิสนีย์ ซึ่งเป็นนายจ้างเอกชนรายใหญ่ที่สุดของฟลอริดา ได้ยื่นฟ้องผู้ว่าการรัฐฟลอริดาในข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบ พยายามเข้ายึดกิจการสวนสนุก หลังดิสนีย์แสดงจุดยืนต่อต้านกฎหมาย Don’t Say Gay
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ดิสนียยังได้ยกเลิกแผนการที่จะสร้างสาขาฝึกพนักงานใหม่มูลค่าเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.47 หมื่นล้านบาท) ในฟลอริดา ซึ่งสามารถรองรับพนักงานได้ 2,000 คน โดยอ้างถึง “เงื่อนไขทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป”
(1 ดอลลาร์ = 34.69 บาท)