กรมที่ดินหักคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดได้อย่างไร ‘ดร.ณัฐวุฒิ’ ชี้ศาลตัดสินให้ที่ดินเขากระโดงเป็นของ ‘รฟท.’ ‘กรมที่ดิน’ จะหักมุมคำพิพากษาไม่ได้
สืบเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กระทรวงคมนาคม อันเนื่องมาจากกรรมสิทธิ์เหนือที่ดิน “เขากระโดง” จ. บุรีรัมย์ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2513 แล้ว
โดย รฟท. กล่าวโทษว่านายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดาของนายเนวิน ชิดชอบ ผู้ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย บุกรุกที่ดินของ รฟท. และมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นหลายคดี ซึ่งในระหว่างปี 2557-2563 มีคำพิพากษาจากศาลชี้ขาดมาแล้วหลายครั้งว่า ที่ดินดังกล่าวนั้น เป็นของ รฟท. ไม่สามารถขอออกโฉนดได้ ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดิน พร้อมทั้งให้มีการดำเนินการส่งมอบที่ดินคืนให้แก่ รฟท.
อีกทั้งศาลปกครองสูงสุดยังมีคำพิพากษาให้กรมที่ดิน แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนโฉนดที่ดิน และส่งมอบคืนให้แก่ รฟท. แต่ คกก. ชุดดังกล่าวกลับลงมติสวนทางกับคำพิพากษาของศาล ไม่เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน โดยกล่าวว่า รฟท. ไม่มีพยานหลักฐานทางกฎหมายที่สามารถพิสูจน์กรรมสิทธิ์ที่ดินได้
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ตั้งคำถามถึง คกก. ชุดดังกล่าวว่ามติคณะกรรมการสอบสวนที่อธิบดีที่ดินตั้งขึ้นเพื่อวินิจฉัยนั้นจะมีอำนาจชี้ขาดเหนืออำนาจของตุลาการศาลยุติธรรมได้อย่างไร
อีกทั้งประเด็นที่เป็นตัวแปรสำคัญ คือ “รูปแผนที่ดิน” ที่เป็นเหตุให้ คกก. ลงมติให้มีการยุติการสอบสวน และไม่เพิกถอนที่ดินเขากระโดงทั้งหมด ทำให้เกิดคำถามว่า คกก. ชุดนี้ ใช้ดุลพินิจไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจจะจะเป็นความผิดทางอาญา
ซึ่งตนเองเห็นว่า คกก. ชุดดังกล่าว ไม่เชื่อในแผนที่ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ถือเป็นการหักมุมคำพิพากษาศาลฎีกา ที่วินิจฉัยเป็นที่สุดแล้ว ว่าเป็นที่ดินตามรูปแผนที่เป็นที่ดินของ รฟท.
“จะเห็นได้ว่า การใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการสอบสวนฯเขากระโดงชุดนี้ เป็นการใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น ทำให้เกิดคำสั่งทางปกครองใหม่ เป็นช่องทางกฎหมายปกครองที่ประวิงเวลา ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์และยุติเรื่อง เป็นการใช้เทคนิคช่องทางกฎหมายมหาชน
หากคู่กรณีไปใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งและฟ้องศาลปกครอง ซึ่งใช้เวลานาน หากพิจารณารูปแผนที่ศาลฎีกาหยิบไปใช้และรับฟังเป็นที่ยุติแล้วว่า ที่ดินเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย
แต่คณะกรรมการสอบสวนชุดนี้ กลับสบช่องในหนังสือที่กรมที่ดินนำไปสอบถามการรถไฟแห่งประเทศในเรื่องแผนที่ท้าย พรฎ.จัดซื้อฯและอ้างลอยๆว่า ไม่เชื่อแผนที่ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นการหักมุมคำพิพากษาในศาลยุติธรรมในคดีปกครอง เพื่อให้แตกเป็นคดีใหม่
ซึ่งการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการสอบสวนจะต้องหยุดพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติในคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว มิฉะนั้น คำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการที่ดินเขากระโดง จะเหนือกว่าคำพิพากษาศาลฎีกาที่เป็นที่สุดแล้ว ซึ่งจะขัดต่อหลักนิติรัฐในประเทศไทย” ดร.ณัฐวุฒิกล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายชยาวุธ จันทร อดีตอธิบดีกรมที่ดินคนก่อน ได้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา โดยได้ให้เหตุผลว่า เพื่อดูแลสุขภาพตนเองและภรรยา แต่มีข่าวลือว่าสาเหตุที่แท้จริงที่นายชยาวุธลาออก เนื่องจากว่า ไม่ยอมปฎิบัติตามใบสั่งจากฝ่ายการเมือง ในกรณีเขากระโดงนี้