Newsการเมืองพร้อมอยู่ต่อ หากพีระพันธุ์ลาออกหัวหน้าพรรค ‘แรมโบ้’ เผยหลายคนในพรรคอึดอัดกับพีระพันธุ์ ชี้ไม่ดีขึ้นจากสมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์เลย

พร้อมอยู่ต่อ หากพีระพันธุ์ลาออกหัวหน้าพรรค ‘แรมโบ้’ เผยหลายคนในพรรคอึดอัดกับพีระพันธุ์ ชี้ไม่ดีขึ้นจากสมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์เลย

แรมโบ้-เสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่าสถานการณ์ภายในพรรคนั้นมีความแตกแยก และไม่อบอุ่น เนื่องจากพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.พลังงาน และหัวหน้า รทสช. ไม่ให้ความเป็นกันเอง ติดต่อและเข้าพบก็ยาก สมาชิกพรรครู้สึกว่าพรรคไม่อบอุ่น อยากย้ายไปที่อื่น

 

“ผมก็ห่วงพรรคสิครับ ในฐานะที่ผมเป็นผู้ก่อตั้งพรรค พรรคเป็นสถาบันที่ผมก่อตั้งมา เพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อเป็นที่พึ่งที่พาของพี่น้องประชาชน แต่กลับมี สส. จะย้ายกันออกจากพรรคเกือบหมด ผมก็ห่วง” เสกสกลกล่าว และระบุว่านี่เป็นเหตุผลที่ตนเองต้องออกมาเคลื่อนไหว

 

“พรรคผม มายืมผมไป ผมไม่ได้ขายพรรคนะ ท่านพีระพันธุ์มาขอเอาพรรคผมไปใช้ ผมก็ให้ แต่ว่าผมไม่ได้เอาไปขายพรรคนะ ถ้าเอาไปใช้แล้ว ถ้าบริหารไปไม่รอด ท่านก็ต้องยอมรับตัวเองว่าท่านบริหารไม่ได้ ลูกพรรคไม่ยอมรับในตัวหัวหน้าพรรค ผู้นำพรรค อย่างนี้ผมก็ต้องออกมา ในการแสดงว่า จะทำอย่างไรให้พรรคคงอยู่ต่อไป” เสกสกลกล่าว

 

และกล่าวต่อว่าจนเองเป็นผู้จัดตั้งพรรคมาตั้งแต่ปี 2564 โดยอาศัยคำพูดติดปากของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีที่ว่า “รวมไทยสร้างชาติ” มาเป็นชื่อพรรค และตนเองเป็นผู้ลงทุน ลงแรงในการหาสมาชิกพรรค และจัดตั้งสาขาของพรรคให้ครบตามเงื่อนไขทางกฎหมาย ซึ่งในตอนนั้นพีระพันธุ์ไม่ได้มามีส่วนร่วมอะไรด้วยเลย

 

“ตั้งแต่แรกไม่ได้คิดว่าคุณพีระพันธุ์จะมาเป็นหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำไป”  เสกสกลกล่าวและกล่าวว่าในภายหลังพีระพันธุ์มาขอพรรคไปจากตน ประกอบกับได้รับสัญญาณว่าให้พีระพันธุ์ไป ตนเองจึงยกพรรคให้พีระพันธุ์

 

แต่ในวันนี้ ตนเองเห็นความแตกแยกภายในพรรค เพราะไม่พอใจการบริหารงานของพีระพันธุ์ ประกอบกับมี สส. ภายในพรรคมาปรับทุกข์ให้ตนเองฟังเป็นจำนวนมาก

 

และเมื่อพีระพันธุ์ทราบว่า สส. ในพรรคเริ่มขยับ ก็ไปตั้งกฎพรรคบังคับว่าหาก สส. จะย้ายพรรคจะต้องลาออกจากการเป็น สส. ด้วย ซึ่งข้อบังคับเช่นนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ อีกทั้งในวันที่มีการออกกฎเช่นนี้ ไม่มีการเชิญ สส. เข้าร่วมการประชุมด้วย

 

เสกสกลยังตั้งคำถามถึงความบริสุทธิ์โปร่งใสของพีระพันธุ์ ในคดีที่มีผู้ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบพีระพันธุ์หลายเรื่อง ซึ่งรวมไปถึงข้อกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน จากการมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเอกชน และการให้คนในบริษัทของตัวเองดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หรือบอร์ดที่มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงาน

 

นอกจากนี้ ในการอภิปรายงบประมาณ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของประชาชน พีระพันธุ์กลับไม่อยู่อภิปราย แต่ไปเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนจนเป็นเหตุให้ฝ่ายค้านนำมาโจมตี ทั้งหมดเหล่านี้กลายมาเป็นความรู้สึกสะสมว่าคงจะให้พีระพันธุ์บริหารงานต่อไม่ได้แล้ว ตนจึงต้องออกมาขอทวงพรรคคืน

 

นอกจากนี้ ข้อกล่าวหาที่ว่ามาทั้งหมดนั้น ได้ถูกร้องเรียนมาเป็นเดือน ๆ แล้ว แต่มาจนวันนี้พีระพันธุ์ยังไม่ออกมาชี้แจงเลย ผิดกับคดีคุณแตงโม ที่พีระพันธุ์ออกมาชี้แจงได้ภายในวันเดียว

 

อีกทั้งยังกล่าวว่าตนเองได้คุยกับ สส. รทสช. ฝั่งไม่เอาพีระพันธุ์หลายคนแล้วว่า ถ้าหากพีระพันธุ์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พวกตนจะอยู่ในพรรคต่อ เพราะอึดอัดกับพีระพันธุ์ที่ติดต่อได้ยาก ซึ่งแม้แต่ตนเองก็ยังติดต่อพีระพันธุ์ไม่ได้

 

เสกสกลกล่าวว่า พีระพันธุ์เข้าไม่ถึงลูกพรรค ไม่เข้าใจคนเป็นผู้แทนฯ และพีระพันธุ์เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่เมื่อย้ายมา รทสช. ก็นึกว่าจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่อย่างนั้นเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า