Newsต่างประเทศความนิยมพุ่งจนต้องถูกถล่ม DeepSeek ถูกโจมตีทางไซเบอร์ หลังทะยานขึ้นเป็นแอปที่มีการดาวน์โหลดสูงสุดใน App Store

ความนิยมพุ่งจนต้องถูกถล่ม DeepSeek ถูกโจมตีทางไซเบอร์ หลังทะยานขึ้นเป็นแอปที่มีการดาวน์โหลดสูงสุดใน App Store

DeepSeek บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติจีน ประกาศเมื่อวันจันทร์ (27 ม.ค.) ว่าบริษัทจะจำกัดการลงทะเบียนชั่วคราว เนื่องจากถูกโจมตีทางไซเบอร์ หลังจากที่โมเดล AI ของบริษัทได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

 

และตั้งแต่ช่วงเช้าในวันเดียวกันนั้น DeepSeek ยังประสบปัญหาเว็บไซต์ล่ม หลังจากที่ผู้ช่วย AI ของบริษัทกลายแอปที่มีการดาวน์โหลดสูงสุดใน Apple App Store ในสหรัฐฯ

 

บริษัทได้แก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน และการที่ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ได้ การหยุดให้บริการเมื่อวันจันทร์ถือเป็นการหยุดให้บริการที่ยาวนานที่สุดของบริษัทในรอบ 90 วัน และเกิดขึ้นพร้อมกับความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

สัปดาห์ที่แล้ว DeepSeek ได้เปิดตัวผู้ช่วย AI แบบใช้งานฟรี โดยอ้างว่าใช้ข้อมูลน้อยกว่าและต้นทุนต่ำกว่าบริการเดิมที่มีอยู่ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนในระดับการลงทุนที่จำเป็นสำหรับ AI โดยเฉพาะโมเดล DeepSeek-V3 ซึ่งผู้พัฒนากล่าวว่าเป็นผู้นำในบรรดาโมเดล AI แบบ open-source และเทียบชั้นกับโมเดล AI แบบ closed-source ที่ทันสมัยที่สุดในโลก” แอปฯ DeepSeek ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ใช้ในสหรัฐฯ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยข้อมูลแอป Sensor Tower

 

ความสำเร็จครั้งสำคัญดังกล่าวตอกย้ำว่า DeepSeek สร้างรอยประทับต่อซิลิคอนวัลเลย์ ด้วยการเปลี่ยนมุมมองที่คนจำนวนมากมีต่อความเป็นผู้นำด้าน AI ของสหรัฐฯ และประสิทธิภาพของการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปที่ชิปขั้นสูงและความสามารถด้าน AI ของจีน และได้กดดันหุ้นเทคร่วงหนักเมื่อวันจันทร์ (27 ม.ค.)  โดยทั้งหุ้นของ Nvidia และ Oracle ดิ่งลงอย่างรุนแรง

 

โมเดล AI ตั้งแต่ ChatGPT ไปจนถึง DeepSeek ต้องใช้ชิปขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนการฝึก ตั้งแต่ปี 2021 รัฐบาลไบเดน ได้เพิ่มการจำกัดการส่งออกชิปเหล่านี้ไปยังจีน อย่างไรก็ตาม DeepSeek อ้างว่า DeepSeek-V3 ใช้ชิป H800 ของ Nvidia ที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าสำหรับการฝึกอบรม ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2022 โดยใช้งบประมาณไม่ถึง 6 ล้านดอลลาร์ (202.98 ล้านบาท) และใช้เวลาในการพัฒนาเพียง 2 เดือน ทำให้บรรดาผู้บริหารบริษัทเทคของสหรัฐฯ ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีในทันที

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า