Articlesบทบรรณาธิการแม่ของแผ่นดิน ผู้ปลุกชีวิตให้ผืนผ้าผ่าน ‘ศิลปาชีพ’ จากสิ่งล้าสมัยที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นงานสร้างรายได้ ค้ำจุ้นครอบครัวและดึงแรงงานกลับคืนสู่ชนบทไทย

แม่ของแผ่นดิน ผู้ปลุกชีวิตให้ผืนผ้าผ่าน ‘ศิลปาชีพ’ จากสิ่งล้าสมัยที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นงานสร้างรายได้ ค้ำจุ้นครอบครัวและดึงแรงงานกลับคืนสู่ชนบทไทย

ในหน้าประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของสยาม “ผ้าไทย” ไม่เคยเป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม หากแต่คือระบบความหมายที่ถักทอ “อัตลักษณ์ เพศ ภูมิสังคม และศรัทธา” เข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น

 

ทว่าก่อนที่ “ผ้าไหมไทย” จะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทยและก่อนที่โครงการศิลปาชีพจะฟื้นคืนคุณค่าของงานหัตถกรรมท้องถิ่นสู่สายตาโลก…ผ้าไทยเคยถูกทำให้เงียบงันและไร้ที่ยืน

 

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ถึงทศวรรษ 2500 ประเทศไทยเข้าสู่ยุคของ “ความทันสมัยเชิงรูปธรรม” รัฐส่งเสริมเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมเสื้อผ้าจากโรงงานเข้ามาแทนที่เสื้อผ้าทอมือ วัตถุดิบราคาถูกจากต่างประเทศ กลายเป็นเครื่องมือของการพัฒนา

 

ผลลัพธ์คือ….ผ้าไทยกลายเป็นสิ่งของที่ “ล้าสมัย” ไร้คุณค่าทางเศรษฐกิจ

 

ในครัวเรือนชนบทที่เคยทอกันทุกบ้าน กี่ทอผ้าปล่อยให้ถูกทิ้งร้าง หญิงไทยที่เคยเป็นผู้ทอผ้า กลายมาเป็นแรงงานในเมืองหลวง ขณะเดียวกัน การสร้างอัตลักษณ์ของ “รัฐชาติไทย” ในยุคนั้นกลับไม่รวม “ผ้าไทย” เข้ามาไว้ในภาพจำ และถูกละไว้เพียงในพิพิธภัณฑ์ หรือไม่ก็ในความทรงจำของท้องถิ่น

 

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2513 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ในรัชกาลที่ 9) ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ พระองค์ไม่ได้เพียงทอดพระเนตรเห็นความยากจน แต่ทรงมองเห็น “คุณค่า” ที่หลบเร้นอยู่ในวิถีพื้นถิ่น โดยเฉพาะ “ผ้าทอมือ” ที่ยังดำรงอยู่ในหญิงชนบท

 

จากพระราชหฤทัยนั้นเองจึงได้เกิด “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” ขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่ออนุรักษ์แต่เพื่อ สร้างพื้นที่ใหม่ให้ผ้าไทยอยู่ได้ในโลกสมัยใหม่

 

ศิลปาชีพจึงมิใช่เพียงโครงการเพื่อความงาม หากแต่คือการปฏิวัติทางสังคมในระดับรากหญ้า

 

พระราชดำริในการส่งเสริมผ้าทอมือ มิได้หยุดอยู่เพียงการชุบชีวิตผืนผ้า แต่คือการชุบชีวิตคนด้วย ท่ามกลางกระแสอพยพแรงงานจากชนบทสู่เมืองใหญ่ในช่วงเศรษฐกิจพัฒนา พระองค์ทรงมองเห็นว่า หากสามารถดึงอาชีพกลับคืนถิ่นได้ ก็จะสามารถรักษาครอบครัว ชุมชน และภูมิปัญญาไว้พร้อมกัน

 

กิจกรรมทอผ้าที่เคยเป็นแค่ “งานบ้าน” จึงกลายเป็น “งานสร้างรายได้” ผู้หญิงที่เคยเป็นเพียงแรงงานโรงงาน กลับกลายเป็นผู้ประกอบการในชุมชน เด็กๆ ไม่จำเป็นต้องพรากจากยายที่เคยทอผ้า ผู้ชายไม่จำเป็นต้องจากบ้านไปทำงานก่อสร้างในเมือง ความยั่งยืนในชนบทจึงเริ่มต้นจากเส้นด้ายเล็กๆ ที่ถักทอด้วยสายพระเนตรของแม่ของแผ่นดิน

 

ผ้าไทยไม่ใช่สิ่งล้าหลังแต่เป็นทุนวัฒนธรรมเป็นความงาม และศักดิ์ศรีของผู้หญิงไทย

 

ผ้าไทยกลายเป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่คนรุ่นใหม่พูดถึง กลายเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เลี้ยงดูผู้หญิง ผู้เฒ่า และลูกหลานในชุมชน

 

และกลายเป็น “ความภูมิใจ” ที่ผสานอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของความเป็นไทยเข้าด้วยกัน

 

#TheStructure

#TheStructureNews

#พระพันปีหลวง #มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ #ผ้าไทย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า