ศาลอาญาพิพากษา ผู้ต้องหาคดี 112 ตัดต่อภาพหมิ่นในหลวง ขณะทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
28 มิ.ย. 66 ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษา คดีดูหมิ่นเบื้องสูงหมายเลขดำ อ. 429/2565 ซึ่งเป็นคดีที่เจ้าพนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย น.ส.วารุณี วีระศักดิ์ ในความผิดฐาน ดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ฯ พ.ศ. 2550
อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิด สรุปว่า จำเลยได้แสดงความอาฆาตมาดร้าย โดยการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยบัญชีเฟซบุ๊คชื่อ Warunee Weerasak โพสต์ข้อความและภาพอันมีสาระสำคัญว่า “แก้วมรกต Sirivannavari Bangkok ขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงประกอบพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูหนาว พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม” โดยมีการตัดต่อ หรือดัดแปลงภาพด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 64
ซึ่งเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร อันเป็นการหมิ่นสถาบัน ฯ เพื่อให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ตลกขบขัน และถูกด้อยค่า รวมทั้งเป็นการกระทำที่ไม่สมควร และไม่เคารพต่อองค์พระแก้วมรกตที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย
ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 206 และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14(3) เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด จำคุก 3 ปี แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานสืบเสาะและพินิจแล้ว จำเลยกระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย ทั้งยังกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั่วไป พฤติการณ์ จึงเป็นเรื่องร้ายแรง
แม้จำเลยมีปัญหาสุขภาพจิต แต่กระทำผิดโดยรู้สำนึกในการกระทำ กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลาง