เตรียมรับมือกำแพงภาษีทรัมป์ ‘จุลพันธ์’ ชี้ไทยโดน 36% ถือว่าน่ากังวล แต่เนื้อภาษีจริง ๆ น่าจะแค่ 9% เร่งพิจารณาผลกระทบ แต่ไม่รีบออกมาตรการ เพราะต้องรอบคอบ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline Tariff) จากสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ 10% และภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จากทุกประเทศ โดยประเทศไทยถูกเรียกเก็บถึง 36% ซึ่งถือว่าอยู่ในอัตราที่สูง ในขณะที่เพื่อนบ้านในอาเซียน ถูกเรียกเก็บดังนี้
– เวียดนาม 46%
– กัมพูชา 49%
– เมียนมา 44%
– ลาว 48%
– มาเลเซีย 24%
– ฟิลิปปินส์ 17%
– สิงคโปร์ 10%
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง ยอมรับว่าอัตราที่ถูกเรียกเก็บนั้นสูง และน่ากังวล แต่ในเบื้องต้นเชื่อว่าไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่ถูกปรับขึ้นภาษีในระดับดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามผลกระทบ
โดยในวันนี้จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะมี 4 ประเด็นในการพิจารณาดังนี้
1 ผลกระทบในเบื้องต้น
2 มาตรการรองรับ
3 แนวทางการพูดคุยเจรจา
4 มาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนี้
สำหรับตัวเลข 36% ที่ออกมานั้น ในเบื้องต้นคาดว่ารวมทุกอย่าง เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าบริการต่าง ๆ จึงทำให้ดูสูง ซึ่งรัฐบาลจะเร่งทำการบ้านและเจรจา โดยประเมินว่าเนื้อภาษีจริง ๆ น่าจะเฉลี่ย 9% ส่วนที่เหลือเป็นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ คงไม่ใช่อัตราภาษีในวงกว้างทั้งหมด
ซึ่งต้องไปดูรายละเอียดการคำนวณและพูดคุยด้วยความเข้าใจ เพื่อพิจารณาว่ามีสินค้าใดไม่เป็นธรรมและปรับแก้ได้หรือไม่ และจะมีการประเมินผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ
แต่ถึงแม้ว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างแน่นอน แต่ในวิกฤติก็มีโอกาส ให้เกิดการปรับเปลี่ยนภาคการผลิตในประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์และเกิดการแข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่จำเป็นต้องรีบออกมาตรการใด ๆ ในขณะนี้ ต้องพิจารณารายละเอียดและผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมและภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนก่อน
จุลพันธ์ยืนยันว่ารัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ และจะไม่เร่งรีบออกแถลงการณ์หรือมาตรการใด ๆ โดยจะดูให้รอบคอบก่อน และขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการติดตามข่าวสารจากทางการ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและจะประชุมอย่างเข้มข้นเพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทย