ทดลองเลือดเทียม หวังใช้ยามฉุกเฉินภายในปี 2030 ม.การแพทย์นาระ เตรียมทดลองถ่ายเลือดสังเคราะห์ เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ เดือน มี.ค. ปีหน้า
มหาวิทยาลัยการแพทย์นาระของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จะเริ่มทดลองถ่ายเลือดเทียมเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ในเดือน มี.ค. ปีหน้า โดยตั้งเป้าที่จะนำไปใช้เพื่อการถ่ายเลือดในยามฉุกเฉินภายในปี 2030 ซึ่งคาดว่าจะเป็นครั้งแรกของโลก
การพัฒนาเลือดเทียมที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในพื้นที่ห่างไกลและภัยพิบัติ เกิดขึ้นในขณะที่คาดว่าสถานพยาบาลในญี่ปุ่นจะขาดแคลนเลือดเนื่องจากจำนวนผู้บริจาคลดลงท่ามกลางประชากรที่ลดลงของประเทศ
นักวิจัย กล่าวว่า เม็ดเลือดแดงที่ได้จากเลือดบริจาคเก็บได้เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนในที่อุณหภูมิต่ำ ในขณะที่เลือดเทียมสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 ปีที่อุณหภูมิห้อง นอกจากนี้ เลือดเทียมนั้นผลิตขึ้นโดยไม่มีหมู่เลือดใดๆ จึงไม่จำเป็นต้องยืนยันหมู่เลือดของผู้บาดเจ็บ และสามารถถ่ายเลือดในระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล
การทดลองทางคลินิกซึ่งจะเริ่มในเดือน มี.ค. นักวิจัยจะทำการฉีดเลือดเทียม 100-400 มล. เข้าไปในร่างกายของผู้รับการทดลอง ซึ่งเป็นอาสาสมัครที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 16 คน หากไม่พบผลข้างเคียงใดๆ จากการให้เลือดเทียม 400 มล. การทดลองจะหันเน้นการศึกษาด้านประสิทธิผลและความปลอดภัย
เลือดเทียมได้รับการพัฒนาให้ปราศจากไวรัสและเชื้อโรคอื่นๆ โดยใช้เลือดของผู้บริจาคที่ถูกทิ้งหลังจากหมดอายุแล้ว
ฮิโรมิ ซากาอิ ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยการแพทย์นาระ กล่าวว่า ความต้องการเลือดเทียมนั้นมีสูงมาก เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีสารทดแทนเม็ดเลือดแดงที่มีความปลอดภัย