Newsการเมืองช่อจัดหนัก กดดันเอกสารลับกองทัพ จี้ถามทำไม ทักษิณ-อนุทิน-คุณธรรมนัส อยู่ในรายงาน ผู้แอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์จากสถาบัน

ช่อจัดหนัก กดดันเอกสารลับกองทัพ จี้ถามทำไม ทักษิณ-อนุทิน-คุณธรรมนัส อยู่ในรายงาน ผู้แอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์จากสถาบัน

นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า และ ที่ปรึกษา กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ได้เปิดเผยข้อมูลในการประชุมกับกรรมาธิการในวันนี้ มีใจความดังนี้

 

สรุปสาระสำคัญจากที่ประชุมกมธ. ความมั่นคง กรณีกองทัพทำปฏิบัติการข่าวสารและอาชญากรรมออนไลน์โจมตีประชาชน นักวิชาการ นักการเมือง 

 

ผู้มาชี้แจงวันนี้ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายหน่วยงาน ทั้งกองทัพบก กอ.รมน. กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้รับบทหนักในวันนี้ ได้แก่ พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ พลตรีธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน

 

  1. พลตรีวินธัยยืนยันว่าการที่พลเอกธรรมนูญ วิถี นั่งตำแหน่งรองผอ. ศูนย์ปฏิบัติการร่วม (ศปก.ร่วม) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีเอกสารระบุว่าควบคุมสั่งการงานโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งที่เกษียณอายุไปตั้งแต่ปี 2564 เป็นเรื่องปกติ เพราะศปก.ร่วม เป็นหน่วยงานที่มีหลายองค์กรทำงานร่วมกัน

 

  1. ทั้งกองทัพบก เรือ อากาศ ยืนยันว่ากองทัพไม่มีปฏิบัติการไอโอโจมตีผู้อื่น มีเพียงการประชาสัมพันธ์กองทัพ พลตรีวินธัยอธิบายว่า ส่วนหนึ่งของงานสารนิเทศด้านความมั่นคงของกองทัพ คือการแก้ไขความเข้าใจผิดเมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลทางลบเกี่ยวกับกองทัพหรือสถาบันหลักของชาติ โดยในสไลด์นำเสนอ ได้ยกตัวอย่างเพจ “Lue History – ฤาเมื่อกล่าวถึงงานด้านการประชาสัมพันธ์ตอบโต้ข้อมูลเชิงลบเกี่ยวกับสถาบัน

 

กมธ. จึงถามว่า พลตรีวินธัยรับว่าเพจลือ เป็นเพจที่กองทัพจัดทำหรือจ้างวาน ใช่หรือไม่ พลตรีวินธัยปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการจ้าง แต่เพจลือ และอีกหลายเพจ นำเสนอเนื้อหาและแนวคิดตรงกับกองทัพ เป็นการสนับสนุนกันโดยธรรมชาติ และเมื่อขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ เพจเหล่านี้ก็มักให้ความร่วมมือลงเนื้อหาให้ 

 

  1. สส.ปิยรัฐ จงเทพ ตั้งคำถามถึงแอคเคาท์เจ๊จุก คลองสามว่าเหตุใดแอคเคาท์นี้จึงเคยปรากฏบนจอ LED ของบก.ทบ. และดิฉันได้ให้ข้อมูลเพิ่มว่า The Citizen Lab ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยปฏิบัติการข่าวสาร/การโจมตีทางไซเบอร์ของมหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา ระบุชัดว่าตรวจสอบพบว่าเจ๊จุก คลองสามเป็นปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ของหน่วยงานรัฐไทยที่ทำงานมาตั้งแต่สิงหาคม 2020 และหลายครั้ง แอคเคาท์นี้ได้โพสต์ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้นที่สามารถมีได้ เช่น ทะเบียนรถพร้อมชื่อเจ้าของรถ ข้อมูลวัคซีนในหมอพร้อม ภาพถ่ายบัตรประชาชน ภาพถ่ายจากกล้องตม. ตอนตรวจพาสปอร์ตเข้า/ออกเมือง รวมถึงรายละเอียดไฟลท์บินพร้อมเลขพาสปอร์ตของผู้โดยสาร

 

ดิฉันได้นำข้อมูลจาก สส.ชยพล สท้อนดี ที่เป็นเอกสารจากภายในกองทัพเอง เนื้อหาระบุหัวข้อว่าขบวนการสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดียฝ่ายสนับสนุนซึ่งปรากฏชื่อเพจบุคคลและแฟนเพจชื่อดังจำนวนมากซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีแนวทางทางการเมืองอนุรักษ์นิยม และโจมตีกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นพวกล้มเจ้า จาบจ้วงสถาบัน ชังชาติ โดยเอกสารดังกล่าวยังระบุว่า กองทัพสามารถติด/ประสานให้แอคเคาท์เหล่านี้โพสต์ตามที่กองทัพต้องการได้ 

 

ดิฉันจึงตั้งคำถามว่า การที่เพจลือ เพจเจ๊จุก คลองสาม และเพจบุคคลอีกจำนวนหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อมูลส่วนบุคคลของดิฉัน เพื่อนร่วมงาน และนักวิชาการ ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายชัดเจน ทั้ง พรบ.คอมฯ และ PDPA เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่กองทัพเรียกว่าให้ความร่วมมือลงเนื้อหาให้หรือไม่ 

 

พลตรีวินธัยปฏิเสธว่าไม่เคยส่งข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ให้เพจเหล่านี้ และไม่รู้จักกับเจ้าของแอคเคาท์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เจ๊จุก คลองสาม มีลีลาการเขียนที่ไม่ใช่คนของหน่วยงานกองทัพ น่าจะเป็นสื่อมวลชนมากกว่า 

 

  1. พลตรีธรรมนูญ ระบุว่า เอกสารประมาณการภัยความมั่นคงของกอ.รมน. ห้วงเดือนตุลาคม 67- กันยายน 68 ที่สส.ชยพลนำมาเปิดเผย ซึ่งปรากฏชื่อคุณทักษิณ คุณอนุทิน และคุณธรรมนัส ในรายชื่อผู้แอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์จากสถาบัน เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ผู้จัดทำเอกสาร ที่ใส่หัวข้อผิด ในความเป็นจริงหัวข้อควรเป็นการรายงานสถานการณ์การเมืองโดยทั่วไป ส่วนข้อความในเอกสาร เป็นการรวบรวมข่าวสารจาก open source ทั่วไป ประกอบการใช้ social listening ในการหาข้อมูล ไม่ใช่เรื่องลับอะไร

 

สส. ชยพล จึงเปิดเอกสารประมาณการภัยความมั่นคงของกอ.รมน. ในปีก่อนหน้า คือ 66-67 ในหัวข้อ 4.1.2.1 ปรากฏว่าเป็นหัวข้อเดิม คือบุคคลที่แสวงหาผลประโยชน์จากการแอบอ้างสถาบัน ปรากฏชื่อพลตำรวจเอก . (หรือที่รู้จักในชื่อ บิ๊ก .) และ 4.1.2.2 ก็เป็นหัวข้อเดิม คือผู้มีเจตนาและทัศนคติเป็นปฏิปักษ์กับสถาบัน โดยบุคคลที่อยู่ในหัวข้อนี้ ในปี 2566-2567  คือนายพิธา พอมาปี 2567-2568 เปลี่ยนเป็นนายณัฐพงษ์ ตามการเปลี่ยนหัวหน้าพรรค จึงน่าสงสัยว่าเอกสารผิดพลาดในหัวข้อเดียวกันทุกปีได้อย่างไร และหากผิดจริง ได้มีการสอบสวนเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่จัดทำ และพลโทวณัฐ ลักษณสิริ ผู้อำนวยการสำนักการข่าว กอ.รมน. ซึ่งเป็นผู้ลงนามรับรองเอกสารหรือไม่ 

 

ดิฉันถามต่อไปว่า หากเอกสารนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจาก open source เหตุใดในข้อ 4.1.2.4 ที่ระบุถึงการเฝ้าติดตามเพจจาบจ้วงสถาบัน จึงปรากฏชื่อเพจพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีประชาชนสนับสนุนมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ เพราะการ search ใน google ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีทางได้ข้อมูลว่าเพจพรรคก้าวไกลเป็นเพจจาบจ้วงสถาบันแน่ๆ 

 

ประเด็นนี้ทางพลตรีธรรมนูญยังยืนยันว่า เป็นการทำเอกสารผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ แต่อย่างน้อยเราก็ได้รับทราบว่า เอกสารชุดนี้เป็นเอกสารของ กอ.รมน. จริง 


กล่าวโดยสรุป กองทัพได้ยอมรับว่ามีปฏิบัติการข่าวสาร ที่เรียกว่า Strategic Communication (SC) และติดตามเป้าหมายนักวิชาการ นักการเมือง รวมถึงตัวดิฉันเอง เป็นการมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวเพื่อตอบโต้ชี้แจงในประเด็นที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อองค์กร หรือที่เรียกว่าปฏิบัติการขาว แต่ไม่รับว่ามีปฏิบัติการดำ โจมตีทางไซเบอร์ ติดตามตัว ใส่ร้ายด้อยค่า ทั้งที่เอกสารที่กรรมาธิการมี ระบุชัดเจนถึงปฏิบัติการทั้งแบบขาวและดำในเอกสารชุดเดียวกัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า