จีนพร้อมรบ? ยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้เป็นการแสดงแสนยานุภาพเพื่อโต้ตอบ แรงกดดันจากนานาชาติ ที่อาจจะประกาศลงโทษจีน
จีนได้ทำการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมของจีนระบุว่านี่เป็นแผนการซ้อมประจำปี โดยไม่ได้เจาะจงประเทศใดประเทศหนึ่ง และขีปนาวุธที่ใช้ก็เป็นเพียงขีปนาวุธจำลอง
สำหรับขีปนาวุธนี้ได้ไปตกลงในน่านน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก ตรงตามเป้าหมายในการซ้อมของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) อีกทั้งทางการจีนยังกล่าวอ้างว่า การซักซ้อมในครั้งนี้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบปฎิบัติระหว่างประเทศด้วย
มีการคาดการณ์กันว่าขีปนาวุธลูกนี้ น่าจะถูกยิงจากมณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) และไปตกใกล้กับเฟรนช์โปลินีเซีย ซึ่งเป็นดินแดนของฝรั่งเศสในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ซึ่งมีระยะห่างกันประมาณ 11,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีการคาดการณ์กันว่าขีปนาวุธลูกนี้น่าจะเป็นขีปนาวุธ ตงเฟิง-41 หรือ DF-41 ซึ่งมีพิสัยไกลประมาณ 12,000 – 15,000 กิโลเมตร และมีขีดความสามารถในการบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ด้วย
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กับ ThaiPBS เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2567 กล่าวว่าการทดสอบขีปนาวุธของจีนในครั้งนี้นั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของจีน เนื่องจากในปีหน้า จีนจะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันบนเวทีโลกมากขึ้น
เนื่องจากนานาชาติกำลังตัดสินใจกดดันจีนมากขึ้น จากการที่จีนมีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย จนทำให้รัสเซียไม่ถูกปิดล้อมทางเศรษฐกิจ และสามารถทำสงครามยืดเยื้อในยูเครนได้ ซึ่ง NATO หรือสหภาพยุโรปอาจจะตัดสินใจว่านอกจากการกดดันจีนแล้ว อาจจะต้องมีการลงโทษจีนและตัดวงจรเศรษฐกิจจีนบางอย่าง ซึ่งตนเองคิดว่าจีนตัดสินใจส่งสัญญาณว่าเขาไม่กลัว และมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้ความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นในทันที
อย่างไรก็ดี จีนเองก็มีปัจจัยภายในประเทศ เกี่ยวกับข้อครหาทุจริตคอร์รัปชันในวงการทางการทหารของจีนมาอย่างต่อเนื่อง หลายเดือน อีกทั้งยังมีปัญหาเศรษฐกิจที่ชะงักงัน ซึ่งสถานการณ์ภายในประเทศไม่ได้ดีนัก การกระตุ้นให้คนจีนเห็นถึงความสำคัญของภัยนอกประเทศ ความรักชาติ ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่นักวิเคราะห์ทางตะวันตกเชื่อว่ากระแสชาตินิยมจะถูกกระตุ้นให้คนในประเทศเห็น เกิดความเป็นเอกภาพ ทำให้ความสำคัญในเรื่องคอร์รัปชัน และวิกฤติทางเศรษฐกิจถูกลดลง